วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"One Piece Stampede" โค่น "Tenki no Ko" ขึ้นแท่นแชมป์ Japan Box Office

One Piece Stampede ภาพยนตร์อนิเมลำดับที่ 14 และเป็นการร่วมฉลองครบ 20 ปีของอนิเมชุดนี้ ดัดแปลงจากการ์ตูนเรื่อง One Piece
ผลงานของ อ.Eiichiro Oda เปิดตัวในอันดับ 1 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์แรก
(10-11 ส.ค. 2019) 806 ล้านเยน มียอดขายบัตรภาพยนตร์ 598,000 คน (รายได้สองวันแรกน้อยกว่า One Piece Film Gold เมื่อวันที่
23-24 ก.ค. 2016 ที่ทำเงินไป 1,155,771,000 เยน) แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันแรก 9 ส.ค. 2019 ทำให้
ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นสามวันแรกทำเงินไปได้แล้ว (9-11 ส.ค. 2019) 1,266,186 เยน โดยวันที่ 12 ส.ค. 2019
เป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา Yama no Hi (11 ส.ค. 2019) เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดจาก 4 วันแรก (9-12 ส.ค. 2019) ทำเงินไปแล้ว
1,646,321,500 เยน จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ 1,254,372 ใบ (รายได้สี่วันแรกมากกว่า One Piece Film Gold เมื่อวันที่ 23-26 ก.ค. 2016
ที่ทำเงินไปได้ 1,516,450,600 เยน จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ทั้งหมด 1,088,166 ใบ) และเมื่อรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019
(เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปประมาณ 1,960 ล้านเยน

รูปภาพ

The Lion King ภาพยนตร์อนิเมชั่น 3DCG Musical กำกับโดย Jon Favreau (Happy Hogan - Iron Man 1-2-3, Spider-Man: Homecoming,
Spider-Man: Far From Home), เขียนบทโดย Jeff Nathanson อ้างอิงจากภาพยนตร์อนิเมชั่นชื่อเดียวกันในปี 1994 โดยได้ James Earl Jones
กลับมาพากย์เป็น Mufasa เช่นเดียวกับต้นฉบับ, Donald Glover พากย์เป็น Simba, Billy Eichner พากย์เป็น Timon, Seth Rogen พากย์เป็น
Pumbaa, Beyoncé พากย์เป็น Nala และ Chiwetel Ejiofor พากย์เป็น Scar เปิดตัวในอันดับ 2 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายใน
โรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์แรก (10-11 ส.ค. 2019) 728 ล้านเยน มียอดขายบัตรภาพยนตร์ 497,000 ใบ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย
ในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันแรก 9 ส.ค. 2019 และวันที่ 12 ส.ค. 2019 เป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา รวมรายได้ 4 วันแรก (9-12 ส.ค. 2019)
ทำเงินไปแล้ว 1,446 ล้านเยน จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ทั้งหมด 984,000 ใบ และเมื่อรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง
13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปประมาณ 1,775 ล้านเยน

รูปภาพ

Tenki no Ko (Weathering With You) ผลงานกำกับและเขียนบทเรื่องล่าสุดของ Makoto Shinkai (your name. หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ,
The Garden of Words ยามสายฝนโปรยปราย, 5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย) สัปดาห์ที่ 4 หล่นจากอันดับ 1 มาอยู่ใน
อันดับ 3 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่สี่ (10-11 ส.ค. 2019) 645,264,300 เยน
(ลดลง 10% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์ที่สาม) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้รวมสี่สัปดาห์ไปได้ 7,513,487,800 เยน เมื่อรวมรายได้จาก
วันที่ 12 ส.ค. 2019 เป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินจากจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปแล้ว 7,887,970 เยน
และเมื่อรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปประมาณ 8,210 ล้านเยน

เปรียบเทียบรายได้ระหว่าง Tenki no Ko กับ Kimi no Na wa.
- สองวันแรก Tenki no Ko 1,278 ล้านเยน , Kimi no Na wa. 930 ล้านเยน
- สามวันแรก Tenki no Ko 1,644 ล้านเยน , Kimi no Na wa. 1,278 ล้านเยน
- สัปดาห์ที่สอง Tenki no Ko 3,990 ล้านเยน , Kimi no Na wa. 3,873 ล้านเยน
- สัปดาห์ที่สาม Tenki no Ko 5,908 ล้านเยน , Kimi no Na wa. 6,286 ล้านเยน
- สัปดาห์ที่สี่ Tenki no Ko 7,513 ล้านเยน, Kimi no Na wa. 8,535 ล้านเยน

รูปภาพ

Toy Story 4 สัปดาห์ที่ 5 หล่นจากอันดับ 3 มาอยู่ในอันดับ 4 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วง
สุดสัปดาห์ที่ห้า (10-11 ส.ค. 2019) 332,776,400 เยน (ลดลง 19% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์ที่สี่) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้รวม
ห้าสัปดาห์ไปได้ 7,656,284,900 เยน เมื่อรวมรายได้จากวันที่ 12 ส.ค. 2019 เป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินจากจากการเข้าฉาย
ในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปแล้ว 7,857,000 เยน และเมื่อรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019)
ทำรายได้รวมไปประมาณ 8,035 เยน

อันดับรายได้ในญี่ปุ่นของภาพยนตร์อนิเมชั่นจาก Pixar (อัพเดท 10-11 ส.ค. 2019)
01. Finding Nemo (ปี 2003) - 11,000 ล้านเยน / 8.6 ล้านใบ
02. Toy Story 3 (ปี 2010) - 10,800 ล้านเยน / 7.2 ล้านใบ
03. Monsters, Inc. (ปี 2002) - 9,370 ล้านเยน / 7.6 ล้านใบ
04. Monsters University (ปี 2013) - 8,960 ล้านเยน / 7.05 ล้านใบ
05. Toy Story 4 (ปี 2019) - 7,656 ล้านเยน ***รายได้ 5 สัปดาห์***
06. Finding Dory (ปี 2016) - 6,830 ล้านเยน / 5.57 ล้านใบ
07. The Incredibles (ปี 2004) - 5,260 ล้านเยน / 4.4 ล้านใบ
08. Up (ปี 2009) - 5,000 ล้านเยน / 3.8 ล้านใบ
09. Coco (ปี 2018) - 4,930 ล้านเยน / 3.93 ล้านใบ
10. Incredibles 2 (ปี 2018) - 4,900 ล้านเยน / 4.06 ล้านใบ
11. Inside Out (ปี 2015) - 4,040 ล้านเยน / 3.4 ล้านใบ
12. Wall-E (ปี 2008) - 4,000 ล้านเยน / 3.2 ล้านใบ
13. Ratatouille (ปี 2007) - 3,900 ล้านเยน / 3.1 ล้านใบ
14. Toy Story 2 (ปี 2000) - 3,450 ล้านเยน / 2.8 ล้านใบ
15. Cars 2 (ปี 2011) - 3,010 ล้านเยน / 2.32 ล้านใบ
16. Cars (ปี 2006) - 2,230 ล้านเยน / 1.8 ล้านใบ
17. Cars 3 (ปี 2017) - 1,800 ล้านเยน / 1.44 ล้านใบ
18. The Good Dinosaur (ปี 2016) - 1,690 ล้านเยน / 1.35 ล้านใบ
19. A Bug's Life (ปี 1999) - 1,150 ล้านเยน / 9 แสนใบ
20. Brave (ปี 2012) - 930 ล้านเยน / 6.8 แสนใบ

รูปภาพ

Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw หรือ Hobbs & Shaw (ชื่อในญี่ปุ่น Wild Speed: Super Combo) ภาพยนตร์ภาคแยก
ของแฟรนไชส์นี้ เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับ Luke Hobbs (แสดงโดย Dwayne Johnson) และ Deckard Shaw (Jason Statham) สัปดาห์ที่ 2
หล่นจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับ 5 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์ที่สอง (10-11 ส.ค. 2019)
291,931,500 เยน (ลดลง 42% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์แรก 3-4 ส.ค. 2019 ที่ทำเงินไปได้ 503,709,600 เยน) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้
รวมสองสัปดาห์ไปได้ 1,504,219,300 เยน เมื่อรวมรายได้จากวันที่ 12 ส.ค. 2019 เป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินการเข้าฉายในญี่ปุ่น
ประมาณ 1,595 ล้านเยน และเมื่อรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมประมาณ 1,720 ล้านเยน

รูปภาพ

The Secret Life of Pets 2 เรื่องลับแก๊งขนฟู 2 (ชื่อในญี่ปุ่น Pet 2) สัปดาห์ที่ 3 คงที่ในอันดับ 6 Japan Box Office ทำเงินจากการ
เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์ที่สาม (10-11 ส.ค. 2019) 127,945,700 เยน (ลดลง 18% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์ที่สอง)
ทำเงินการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นสามสัปดาห์ 1,177,958,600 เยน โดยเมื่อนับรวมรายได้จากการเข้าฉายในวันที่ 12 ส.ค. 2019
ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินไปแล้วประมาณ 1,270 ล้านเยน และเมื่อนับรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง
13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปแล้วประมาณ 1,345 ล้านเยน

รูปภาพ

Dragon Quest: Your Story เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่น 3DCG ดัดแปลงเรื่องราวจากเกม Dragon Quest V บนเครื่องเล่นเกม Super Famicom
(SFC) สัปดาห์ที่ 2 หล่นจากอันดับ 4 มาอยู่ในอันดับ 7 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นช่วงสุดสัปดาห์ที่สอง
(10-11 ส.ค. 2019) 141,551,600 เยน (ลดลง 54% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์แรก 3-4 ส.ค. 2019 ที่ทำเงินไปได้ 308,765,200 เยน) ทำเงิน
การเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นสองสัปดาห์ 831,703,800 เยน โดยเมื่อนับรวมรายได้จากการเข้าฉายในวันที่ 12 ส.ค. 2019 ซึ่งเป็นวันหยุด
ชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินไปแล้วประมาณ 885 ล้านเยน และเมื่อนับรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019)
ทำรายได้รวมไปแล้วประมาณ 940 ล้านเยน

รูปภาพ

Archimedes no Taisen (The Great War of Archimedes) ภาพยนตร์จากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันของ อ.Norifusa Mita (นายซ่าท้าเด็กแนว
Dragon-Zakura, Investor Z) สัปดาห์ที่ 3 หล่นจากอันดับ 5 มาอยู่ในอันดับ 8 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่สาม (10-11 ส.ค. 2019) 125,735,200 (ลดลง 30% เมื่อเทียบกับช่วงสุดสัปดาห์ที่สอง) ทำเงินการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ที่ญี่ปุ่นสามสัปดาห์ 1,188,725,300 เยน โดยเมื่อนับรวมรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันที่ 12 ส.ค. 2019 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชย
วันแห่งภูเขา ทำเงินไปแล้วประมาณ 1,230 ล้านเยน และเมื่อนับรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019)
ทำรายได้รวมไปแล้วประมาณ 1,285 ล้านเยน

รูปภาพ

Mewtwo no Gyakushuu: Evolution (Mewtwo Strikes Back: Evolution) สัปดาห์ที่ 5 หล่นจากอันดับ 8 มาอยู่ในอันดับ 9 Japan Box Office
ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ห้า (10-11 ส.ค. 2019) 97,311,100 เยน (ลดลง 15% เมื่อกับสุดสัปดาห์ที่สี่)
ทำเงินการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นห้าสัปดาห์ 2,297,013,600 เยน โดยเมื่อนับรวมรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันที่
12 ส.ค. 2019 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินไปแล้วประมาณ 2,345 ล้านเยน และเมื่อนับรวมรายได้จากวันที่ 13 ส.ค. 2019
(เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปแล้วประมาณ 2,390 ล้านเยน

อันดับรายได้ในญี่ปุ่นของภาพยนตร์ชุด Pokemon (อัพเดท 10-11 ส.ค. 2019)
01. Pokemon: Mewtwo Strikes Back (ปี 1998) - 7,540 ล้านเยน / 6.54 ล้านใบ
02. Pokemon: Revelation Lugia (ปี 1999) - 6,360 ล้านเยน / 5.6 ล้านใบ
03. Pokemon Diamond & Pearl: The Rise of Darkrai (ปี 2007) - 5,020 ล้านเยน / 4.78 ล้านใบ
04. Pokemon: Lord of the Unknown Tower - Entei (ปี 2000) - 4,850 ล้านเยน / 4.5 ล้านใบ
05. Pokemon Diamond & Pearl: Giratina and the Sky Warrior - Shaymin (ปี 2008) - 4,800 ล้านเยน/4.66 ล้านใบ
06. Pokemon Diamond & Pearl: Arceus - To a Conquering Spacetime (ปี 2009) - 4,670 ล้านเยน / 4.4 ล้านใบ
07. Pokemon Advanced: Jirachi - Wishing Star of Seven Nights (ปี 2003) - 4,500 ล้านเยน / 4.28 ล้านใบ
08. Pokemon Advanced: Deoxys - Sky-Splitting Visitor (ปี 2004) - 4,380 ล้านเยน / 4.16 ล้านใบ
09. Pokemon Best Wishes: Victini and the Black Hero: Zekrom/Victini and the White Hero: Reshiram (ปี 2011) - 4,330 ล้านเยน / 4.13 ล้านใบ
10. Pokemon Advanced: Mew and the Wave Hero - Lucario (ปี 2005) - 4,300 ล้านเยน / 4.1 ล้านใบ
11. Pokemon Diamond & Pearl: Master of Illusions - Zoroark (ปี 2010) - 4,160 ล้านเยน / 3.97 ล้านใบ
12. Pokemon: Celebi - A Timeless Encounter (ปี 2001) - 3,900 ล้านเยน / 3.63 ล้านใบ
13. Pokemon Best Wishes: Kyurem Vs. The Sacred Swordsman - Keldeo (ปี 2012) - 3,610 ล้านเยน / 3.44 ล้านใบ
14. Pokemon: I Choose You! (ปี 2017) - 3,550 ล้านเยน / 3.03 ล้านใบ
15. Pokemon Advanced: Pokemon Ranger and the Prince of the Sea (ปี 2006) - 3,400 ล้านเยน / 3.23 ล้านใบ
16. Pokemon Best Wishes: ExtremeSpeed Genesect - Mewtwo Awakens (ปี 2013) - 3,170 ล้านเยน / 3.01 ล้านใบ
17. Pokemon: Everyone's Story (ปี 2018) - 3,090 ล้านเยน / 2.71 ล้านใบ
18. Pokemon: Detective Pikachu (ปี 2019) - 2,960 ล้านเยน / 2.08 ล้านใบ
19. Pokemon XY: The Cocoon of Destruction & Diancie (ปี 2014) - 2,910 ล้านเยน / 2.7 ล้านใบ
20. Pokemon: Guardians of Altomare - Latias and Latios (ปี 2002) - 2,670 ล้านเยน / 2.55 ล้านใบ
21. Pokemon XY: Hoopa and the Clash of Ages (ปี 2015) - 2,610 ล้านเยน / 2.4 ล้านใบ
22. Pokemon: Mewtwo Strikes Back: Evolution (ปี 2019) - 2,297 ล้านเยน ***รายได้ 5 สัปดาห์***
21. Pokemon XY&Z: Volcanion and the Mechanical Magearna (ปี 2016) - 2,150 ล้านเยน / 1.95 ล้านใบ

รูปภาพ

Kamen Rider Zi-O Over Quartzer/Kishiryu Sentai Ryusoulger The Movie สัปดาห์ที่ 3 หล่นจากอันดับ 6 มาอยู่อันดับ 10
Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่สาม (10-11 ส.ค. 2019) 79,364,500 เยน
(ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงสุดสัปดาห์ที่สอง) ทำเงินการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นสามสัปดาห์ 755,081,100 เยน

รูปภาพ
รูปภาพ

Aladdin ภาพยนตร์ดัดแปลงจากภาพยนตร์อนิเมชั่นชื่อเดียวกันของ Walt Disney ในปี 1992 สัปดาห์ที่ 10 Japan Box Office
ทำเงินจากการเข้าฉายในช่วงสุดสัปดาห์ที่สิบ (10-11 ส.ค. 2019) 80,213,400 เยน (ลดลง 37% เมื่อเทียบกับช่วงสุดสัปดาห์ที่เก้า)
ทำเงินการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นสิบสัปดาห์ 11,634,191,100 เยน โดยเมื่อนับรวมรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ที่ญี่ปุ่นวันที่ 12 ส.ค. 2019 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันแห่งภูเขา ทำเงินไปแล้วประมาณ 11,680 ล้านเยน และเมื่อนับรวมรายได้จากวันที่
13 ส.ค. 2019 (เทศกาลโอบ้ง 13-16 ส.ค. 2019) ทำรายได้รวมไปแล้วประมาณ 11,720 ล้านเยน

รูปภาพ

Uta no Prince-sama Maji Love Kingdom สัปดาห์ที่ 9 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์
ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่เก้า (10-11 ส.ค. 2019) 41,050,500 เยน (ลดลง 36% เมื่อเทียบกับสุดสัปดาห์ที่แปด)
และกวาดรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปแล้ว 1,407,654,000 เยน

รูปภาพ

ที่มา Kogyotsushin ,Eiga

แจ้งข่าวการ์ตูนและนิยาย Phoenix : 14 สิงหาคม 2562

=================================================================

วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562

1. เกมรักศักดิ์ศรีบุตรีดยุก เล่ม 3 Reia 305 บาท (นิยาย)

เจ้าหญิงกล้าออกคำสั่งให้คนเตรียมใจไปตายหรือไม่ก็ฆ่าอีกฝ่ายได้หรือเปล่าล่ะ

เมื่อดีด้าตั้งคำถามเช่นนั้น ฉันก็ไปต่อไม่ถูก เพราะนี่คือการรับผิดชอบความเป็นความตายของผู้คน

หลังผ่านพ้นเรื่องการถูกขับออกจากวงสังคมและศาสนามาได้ ปัญหาต่อไปที่กำลังจะตามมาก็คือสงคราม!?
ในฐานะบุตรีดยุกอย่างฉัน ควรจะจัดการกับเรื่องแบบนี้อย่างไรดีหนอ

รูปภาพ

2. สุดท้ายก็คือเธอ บทแห่งซาเอกิ ซายากะ (Yagate Kimi ni Naru: Saeki Sayaka ni Tsuite) เล่ม 1 Hitoma Iruma & Nio Nakatani 255 บาท (นิยาย GL)

"ไม่ใช่ว่าเข้าใจ ไม่ใช่ว่ายอมแพ้ แต่ฉันแค่ยอมรับได้ —ว่าตัวฉันรักได้เพียงผู้หญิงเท่านั้น"

ซาเอกิ ซายากะ เด็กสาวซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่และรู้จักมองการณ์ไกลตั้งแต่ยังเล็ก
เพียงแต่ตอนอยู่ชั้นป.5 เธอไม่ยอมให้คำตอบกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความรู้สึกดีๆมอบให้
หลังจากขึ้นชั้นม.ต้น จิเอะ รุ่นพี่ที่สนิทกันก็ได้เปิดเผยความในใจที่มีต่อเธอ แม้จะยังสับสน
แต่ซาเอกิ ซายากะ ก็ตอบรับคำสารภาพรักครั้งนั้น ยิ่งนานวัน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ...

อีกหนึ่งเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาว ความรักของเด็กสาวที่หวั่นไหวกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามใจคิด...ซาเอกิ ซายากะ

รูปภาพ

3. éclair blanche รวมเรื่องสั้นในวันที่กลีบลิลี่โปรยปราย (éclair blanche Anata ni Hibiku Yuri Anthology) 185 บาท (การ์ตูน GL)

ความรู้สึกนั้นขาวบริสุทธิ์ยังคงใสซื่อและงดงามเสมอ
16 เรื่องราวสายสัมพันธ์สีขาว จะก้องกังวานและตราตรึงใจคุณไปตลอดกาล

รวมผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ให้วงการยูริอีกครั้ง หลังได้รับการตอบรับอย่างดีจาก “เอแคลร์ รวมเรื่องสั้นในวันที่กลีบลิลี่โปรยปราย”

Cover Illust & Comic : ฟราย
Illust : U35 / นน / ยูทากะ ฮิอิรางิ
Comic : ชูนินตะ อามาโนะ / ซาคุยะ อามาโนะ / อุตะ อิซากิ / ฮาจิ อิโต้ / คาโบฉะ / อิซึมิ คาวานามิ / คันโนะ / ทาคิ คิตาโอะ
/ ฟุมิโกะ ทาคาดะ / คาเงคิจิ ทาคาโนะ / ชิโอริ นิชิโอะ / จิฮิโระ ฮารุมิ / อาอุริ ฮิราโอะ / เมคิเมคิ / คาซึโนะ ยูอิคาวะ

รูปภาพ

=================================================================
ที่มา http://www.phoenixnext.com

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562

20 อันดับนักเขียนการ์ตูนยอดนิยม ประจำปี 2019 โดย Charapedia

เว็บไซต์ Charapedia ได้จัดทำแบบสอบถามผู้ที่เข้าใช้งานในเว็บในหัวข้อ "ชอบนักเขียนการ์ตูนคนใดมากที่สุด" เปิดร่วมโหวตตั้งแต่วันที่
20 มิ.ย. 2019 จนถึงวันที่ 3 ก.ค. 2019 มีผู้ที่เข้าร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 10,000 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 44.5% และผู้หญิง 55.5%
ซึ่ง 67.7% ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามอยู่ในช่วงวัยทีนกับอายุ 20-29 ปี และ 32.3% มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ได้ผลสรุปออกมา ดังนี้

=========================================================================





=========================================================================
ที่มา Charapedia Mangaka 2019

แจ้งข่าวการ์ตูน VBK : 14 สิงหาคม 2562

========================================

วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562

1. เกาะกระหายเลือด ฝ่า 48 วันโลกวิกฤติ... เล่ม 16 Koji Matsumoto 80 บาท



2. พิศุทธ์เสียง สำเนียงสวรรค์ เล่ม 19 Marimo Ragawa 75 บาท



3. My Home Hero เล่ม 7 Masashi Asaki & Naoki Yamakawa 80 บาท



4. ล่าอสุรกาย ฉบับสมบูรณ์ เล่ม 15 Kazuhiro Fujita 240 บาท




5. จากฟ้าสีครามยามดาวพร่างพราย หายนะ (Manten no Hoshi to Aoi Sora) เล่ม 1 Yuuki Iinuma & Hiroyuki Nishimori 70 บาท

“จากฟ้าสีคราม...” เป็นเรื่องของอนาคตอันใกล้ มีการค้นพบว่าอุกกาบาตใหญ่กำลังพุ่งเข้าใกล้โลก ----
มนุษยชาติต้องเผชิญกับการล่มสลายอย่างเลี่ยงไม่ได้ เกิดความวุ่นวายไปทั่วโลก และแม้สถานการณ์จะร้ายแรงเช่นนั้น
เด็กหนุ่ม นาคาซาวะ ชินโงะ ผู้ซึ่งปกติเป็นคนเฉยชากับทุกสิ่ง ก็ยังคงไร้ความรุ้สึกอยู่เฉกเช่นเดิม
โชคดีที่อุกกาบาตระเบิดก่อนจะพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ มนุษยชาติรอดพ้นหายนะไปได้ นาคาซาวะที่หมดหวังกับตัวเองที่ไม่รู้สึกกับสิ่งใด ๆ
แต่เมื่อโลกไม่พินาศ การเดินทางไปทัศนศึกษาของสถาบันที่ชินโงะศึกษาอยู่จึงเป็นไปตามกำหนดเดิม และเมื่อเขาออกเดินทางไป
เขาไม่รู้เลยว่า จริง ๆ แล้วมนุษย์ชาติไม่รอดพ้นหายนะ แต่ว่าวันนั้น หายนะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก...?



========================================

Wotaku ni Koi wa Muzukashii เผยโปสเตอร์ภาพยนตร์ พร้อมตัวอย่าง 30 วินาที

ภาพยนตร์เรื่อง Wotaku ni Koi wa Muzukashii ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนของ อ.Fujita โดยได้ Yuichi Fukuda (ภาพยนตร์-ละคร
กินทามะ Gintama ทั้่งสองภาค, 50 First Kisses) รับหน้าที่กำกับ มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 7 ก.พ. 2020
ล่าสุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เผยโปสเตอร์ภาพยนตร์ พร้อมตัวอย่างภาพยนตร์ ความยาว 30 วินาที





รายชื่อนักแสดง
- Takumi Saitou (Yuichiro Kitano - Hirugao) รับบทเป็น Taro Kabakura
- Kento Yamazaki (Kosei Arima - เพลงรักสองหัวใจ Shigatsu wa Kimi no Uso) รับบทเป็น Hirotaka Nifuji
- Mitsuki Takahata (Aina Kinami - Japanese Girls Never Die โมเอะไม่เคยตาย) มารับบทเป็น Narumi Momose
- Nanao (Eriko Yasuno - พิกัดต่อไปใครเป็นศพ? Masquerade Hotel) รับบทเป็น Hanako Koyanagi



อ.Fujita เขียนการ์ตูนเรื่อง Wotaku ni Koi wa Muzukashii แนวโรแมนติก-คอเมดี้ เกี่ยวกับ Narumi Momose สาวออฟฟิศและเป็นสาววาย
กับ Hirotaka Nifuji หนุ่มหล่อและเป็นโอตาคุเกม ลงให้อ่านในเว็บไซต์ pixiv ในปี 2014 แล้วจากนั้นก็ได้ย้ายมาลงในนิตยสารการ์ตูนดิจิตอล
Comic POOL ในเดือน พ.ย. 2015 ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 7 เล่ม ยังไม่จบ มียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มรวมกันในญี่ปุ่น
8 ล้านเล่ม (รวมฉบับดิจิตอล) สตูดิโอ A-1 Pictures นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปแปลงเป็นทีวีอนิเม ความยาว 11 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่
13 เม.ย. 2018 จนถึงวันที่ 22 มิ.ย. 2018 แล้วได้ทำ Original Anime Blu-ray Disc (OAD) เกี่ยวกับ Tarou Kabakura กับ Hanako Koyanagi
ช่วงที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มาพร้อมกับฉบับรวมเล่ม 7 แบบลิมิต ออกวางแผงในญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2019

นอกจากนี้ ร้านหนังสือในญี่ปุ่นเลือกการ์ตูนเรื่องนี้ให้อยู่อันดับที่ 9 การ์ตูนน่าอ่าน ประจำปี 2017, อันดับ 1 การ์ตูนผู้หญิงน่าอ่าน ประจำปี 2015
จากนิตยสาร Kono Manga ga Sugoi! 2016 และได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลการ์ตูนทั่วไปยอดเยี่ยม จาก Kodansha Manga Awards ครั้งที่ 41



ที่มา Natalie

แจ้งข่าวการ์ตูนและนิยาย Animag : 13 สิงหาคม 2562

============================================================

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562

1. 29&JK แผนลับจับนายหน้ายักษ์รักสาว ม.ปลาย เล่ม 3 Yuji Yuji 190 บาท (นิยาย) [A-Plus]

"น้องสาวของรุ่นพี่เนี่ยน่ารักสุดๆ เลยนะคะ" ทว่า 'น้องสาว' ที่วาตสราเสะพูดถึงนั้น กลับเป็นเด็กสาว ม.ปลาย
ที่ยาริบะ เอย์จิ ทาสบริษัทวัย 29 ปี กำลังทำอนาจารคบหา คาเรนนั่นเอง! แถมเมื่อยาริบะซึ่งถูกสถานการณ์บังคับ
จนต้องพาคาเรนไปชมการแข่งขันเบสบอลของบริษัทในฐานะน้องสาว (ตัวปลอม) ก็ดันมีแฟนเก่าและน้องสาว (ตัวจริง) ตามมา...!?

ในวันปีใหม่ ยาริบะกลับบ้านเกิดไปงานเลี้ยงรุ่น เพื่อหวังจะได้พบเพื่อนสนิทในสมัยก่อน
แต่จากการปะทะกันของซากิกับคาเรนหลังการแข่งเบสบอล กลับยิ่งทำให้เรื่องราวดำเนินไปในทิศทางแปลกๆ
อดีตในสมัยเด็กของยาริบะ เรื่องราวขมขื่นระหว่างเขา ซากิ และเพื่อนสนิทคนนั้น
การพบกันใหม่ในครั้งนี้เราจะพาสิ่งใดมาหา ยาริบะกับคาเรนในยามนี้? เลิฟคอเมดี้ต่างวัย "ต้องห้าม" เล่มที่ 3!

รูปภาพ

2. แม่มดมังกรมนตรา ลิเวียธาน เล่ม 8 (เล่มจบ) Takeduki Joe 180 บาท (นิยาย) [A-Plus]

"หึหึหึ ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับสิทธิ์ให้เผชิญหน้ากับยูกิคาเสนะ ฮารุโอมิ!" เจ้าหญิงยูกิคาเสะศัตรูเก่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้า
พวกฮารุที่เพิ่งเอาชนะพาเวล กาแล็ตมาได้อย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตามฮารุซึ่งพูดเฉไฉว่าอยากจะค้นหาโอกาสเอาชนะ
กับอยากได้เวลาเพื่อพักฟื้นร่างกาย ก็ได้รับการผัดผ่อนจากยูกิคาเสะออกไปอีกสามวัน
สถานที่ที่เขาถูกยูกิคาเสะที่ยอมรับฟังคำขอร้องพามา พร้อมกับอาช่าและโอริฮิเมะนั้นคือพื้นผิวของดวงจันทร์
พวกฮารุซึ่งออกค้นหาไพ่ตายสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ท่ามกลางเส้นตายของเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามานั้น...

เรื่องราวช่วงไคลแม็กซ์ที่ยิ่งใหญ่ของซีรี่ส์! เรื่องราวความสนุกสนานและมังกรระดับสุดยอด ได้บทสรุปที่สมบูรณ์ในเล่มที่ 8 นี้แล้ว!

รูปภาพ

3. No Game No Life desu! โนเกม โนไลฟค่ะ! เล่ม 4 (เล่มจบ) Kazuya Yuizaki & Yuu Kamiya 100 บาท (การ์ตูน)

โลกใบนี้—ดิสบอร์ด (โลกบนกระดาน) เป็นโลกที่ตัดสินทุกสิ่งด้วยเกมง่ายๆ
ในแต่ละวันของ ฮัทสึเสะ อิซึนะ สาวน้อยเผ่าเวอร์บีสต์
ก็นังมีเรื่องวุ่นวายใหญ่โตทั้งเรื่องอาบน้ำและเรื่องเล่นเกม ♪

อิซึนะกับพวกโซระหายตัวไป!? แถมโฮโรและพลัมก็ยังถูกดึงเข้ามาวุ่นวายอีก
เรื่องราว "นุ่มนิ่มฟูฟ่อง" ของอิซึนะเดินหน้าสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
แล้วตัวจริงของ 'แบล็คอิซึนะ' ที่ถูกเปิดเผยจะเป็นยังไง!?

นี่แหละคือวิธีเอาชนะของอิซึนะโว้ย ค่ะ!

รูปภาพ

4. เกิดใหม่ทั้งที ต้องมีเธอเป็นคู่ปรับ เล่ม 2 Nora Kohigashi 320 บาท (นิยาย) [Animag Books]

ทิฟี่ ลูกสาวของคอสตัสกับโซฟี เป็นนักเรียนชั้น ป.6 เธอมีเพื่อนสนิทชื่อว่ายูกิกับคาสุมิ
ยูกิเป็นเพื่อนสมัยเด็กซึ่งรู้จักกัน เพราะพ่อแม่ของพวกเธอเป็นเพื่อนกัน
ส่วนคาสุมิเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมต้น
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทที่มีความเพี้ยน และใช้ชีวิตนักเรียนอย่างสนิทสนมกลมเกลียวกัน
ทิฟี่มีคู่ปรับอยู่คนหนึ่ง คนคนนั้นคือเด็กผู้หญิงชื่อทูริ ซึ่งเรียนในคลาสเปียโนในที่โรงเรียนเดียวกัน
ทูริเป็นคนมีความพยายามซึ่งเคยคว้าแชมป์ในการแข่งขันเปียโนมาหลายครั้ง
และเป็นนักเรียนดีเด่นในคลาสเรียนเปียโนทั้งสองฝึกฝนและเรียนรู้ร่วมกันและเป็นคู่ปรับที่ดีต่อกัน
แต่ว่าวันหนึ่ง ทิฟี่ได้ถูกคุณยายสั่งให้เลิกเล่นเปียโน.....

รูปภาพ

============================================================
ที่มา http://www.animagshop.net

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ทีวีอนิเม ชั่วโมงหรรษา เวลาบอร์ดเกม ปล่อยตัวอย่างสอง, ภาพโปรโมทใหม่, ผู้ที่มารับบทเป็น Emilia และผู้ที่ขับร้องเพลงที่ใช้เป็น OP/ED

ทีวีอนิเม ชั่วโมงหรรษา เวลาบอร์ดเกม (Houkago Saikoro Club) ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันผลงานของ อ.Hiroo Nakamichi
ที่จะมาเริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่นทางสถานี ABC TV วันที่ 3 ต.ค. 2019 เวลา 01:16 น., Tokyo MX วันที่ 4 ต.ค. 2019 เวลา 00:30 น. และ
BS11 วันที่ 4 ต.ค. 2019 เวลา 00:30 น. โดยได้ Kenichi Imaizumi (Gokukoku no Brynhildr), Atsushi Maekawa (สุดยอด โอตากุ เซนเซ
Denpa Kyoushi), Yukiko Ibe (Jewelpet Twinkle, Magical Girl Ore, Nanatsuiro Drops สาวน้อยกับหยาดดาวตกเจ็ดสี, Onigiri) รับหน้าที่
ออกแบบตัวละครฉบับอนิเม, Shuuji Katayama (Overlord, บันทึกสงครามของยัยเผด็จการ Youjo Senki, Super Lovers, Yarichin Bitch-bu)
รับหน้าที่ทำเพลงประกอบอนิเม ล่าสุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของอนิเมเรื่องนี้ได้ปล่อยตัวอย่างสอง, ภาพโปรโมทใหม่, ผู้ที่รับบทเป็น Emilia





M.A.O (Fana - Black Clover, Yukari - แกล้งนัก รักนะ รู้ยัง? Karakai Jouzu no Takagi-san) พากย์เป็น Emilia



สำหรับเพลง On the Board ซึ่งนำมาใช้เป็น Ending Theme ได้สามนักพากย์ในอนิเมเรื่องนี้ Saki Miyashita (พากย์เป็น Miki), Marika Kono
(พากย์เป็น Aya) และ Miyu Tomita (พากย์เป็น Midori) มาร่วมกันขับร้อง และวางจำหน่ายซีดีซิงเกิ้ลเพลงนี้ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 23 ต.ค. 2019

แต่นักพากย์ Miyu Tomita ยังมีอีกเพลง Present Moment ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลเดบิวของเธอเองด้วย ซึ่งมีกำหนดออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่
13 พ.ย. 2019 ก็ได้นำมาใช้เป็น Opening Theme พร้อมกันนั้นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของนักพากย์คนนี้ก็มีคลิปพรีวิวมาให้ลองฟังด้วย





รายชื่อนักพากย์ที่เคยประกาศไปแล้ว

Saki Miyashita (Kanata Higa - Harukana Receive) พากย์เป็น Miki



Marika Kono (Nemu Emmott - Overlord, Mizuki Yuiga - เรื่องนี้ตำราไม่มีสอน Bokutachi wa Benkyou ga Dekinai) พากย์เป็น Aya




Miyu Tomita (Riko - Made in Abyss, Rizu Ogata - เรื่องนี้ตำราไม่มีสอน Bokutachi wa Benkyou ga Dekinai) พากย์เป็น Midori



Takaya Kuroda (Matsunaga Hisahide - Nobunaga Concerto) พากย์เป็นเจ้าของร้าน Takeru Kinjou



อ.Hiroo Nakamichi ผู้วาด 108 ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน ภาค อสรพิษจันทรา (Tsuki no Hebi - Suikoden Ibun), ปิดเกาะปฏิวัติ
(Haru no Kuni) เขียนการ์ตูนเรื่อง ชั่วโมงหรรษา เวลาบอร์ดเกม มาลงพิมพ์ให้อ่านตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Gessan ฉบับเดือน
เม.ย. 2013 (12 มี.ค. 2013) ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 14 เล่ม ยังไม่จบ

การ์ตูนเรื่องแรก ที่แนะนำความสนุกสนานของบอร์ดเกมต่างๆ จนคุณต้องสัมผัส
เกียวโตในฤดูใบไม้ผลิ— อายะ นักเรียนหญิงมัธยมปลาย ผู้ย้ายมาอยู่ในเมืองที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
เพื่อนคนแรกที่เธอได้พบในเมืองนี้ คือมิกิ เพื่อนร่วมชั้นที่มีนิสัยเก็บตัว ผู้ไม่ค่อยเข้าใจว่า 'ความสนุก' คืออะไร
หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง หลังจากที่แอบตามมิโดริหัวหน้าห้องไป พวกอายะก็ได้พบกับ 'ความสนุก' ที่เหลือเชื่อ... !?



ที่มา Natalie

ถักทอฝันสู่รันเวย์ มียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มในญี่ปุ่น 1 ล้านเล่ม

หนังสือการ์ตูนเรื่อง ถักทอฝันสู่รันเวย์ (Runway de Waratte) ผลงานของ อ.Kotoba Inoya ฉบับรวมเล่ม 11 ออกวางแผงในญี่ปุ่น
ในวันที่ 17 ก.ค. 2019 โดยสายคาดปกที่มาพร้อมกับเล่มนี้ได้เปิดเผยว่ามียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มรวมกันในญี่ปุ่น 1,000,000 เล่มแล้ว
(สายคาดปกที่มาพร้อมกับฉบับรวมเล่ม 10 เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2019 เคยแจ้งว่ามียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มรวมกันในญี่ปุ่น 6.5 แสนเล่ม)



อ.Kotoba Inoya เขียนการ์ตูนเรื่อง ถักทอฝันสู่รันเวย์ มาเริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Shonen Magazine ฉบับที่ 26/2017
(31 พ.ค. 2019) ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 11 เล่ม ยังไม่จบ ผลงานเรื่องนี้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจาก
Manga Taisho Award ครั้งที่ 11 ในปี 2018, ได้รับเลือกให้อยู่ในอันดับที่ 12 จาก Tsugi ni Kuru Manga Taisho ครั้งที่ 4 ในปี 2018
และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลการ์ตูนวัยรุ่นชายยอดเยี่ยมจาก Shogakukan Manga Awards ครั้งที่ 64 ในปี 2019

พอถึง 158 cm ตัวก็ไม่สูงขึ้นอีกเลย...
ฟุจิโตะ จิยูกิ มีฝันอยากจะเป็นนางแบบ "ปารีสแฟชั่นวีค" แต่เพราะความสูงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับการเป็นนางแบบ
คนรอบข้างจึงได้แต่บอกให้ "ถอดใจซะ" แต่จิยูกิก็ยังดันทุรังต่อไป จนกระทั่งจิยูกิได้พูดคุยกับสึมุระ อิคุโตะ เพื่อนร่วมชั้น
ฐานะยากจนผู้ไม่อาจตัดใจจากความฝันที่อยากจะเป็น "แฟชั่นดีไซน์เนอร์" แต่จิยูกิกลับบอกว่าฝันนั้น "คงไม่มีทางเป็นจริง" เสียเอง...!?
นี่เป็นเรื่องราวของคนสองคนผู้วิ่งไล่ตามความฝันอย่างไม่ลดละ แม้จะโดนตราหน้าว่า "มันคือฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง" ก็ตาม



ที่มา hakuichi0891

อ.Takeshi Maekawa กลับมาเขียนตอนใหม่ "จินมี่หมัดเหล็ก Legends" หลังจากหยุดไปนาน 4 เดือน

นิตยสารการ์ตูน Monthly Shonen Magazine ฉบับเดือน ก.ย. 2019 (6 ส.ค. 2019) ลงประกาศว่าการ์ตูนเรื่อง จินมี่หมัดเหล็ก Legend
(Tekken Chinmi Legends) ผลงานของ อ.Takeshi Maekawa จะกลับมาลงพิมพ์ตอนใหม่ มีภาพสีเปิดตอนในฉบับเดือน ต.ค. 2019
ที่มีกำหนดออกวางแผงที่ญี่ปุ่นในวันที่ 6 ก.ย. 2019 หลังจากหยุดเขียนตอนใหม่มาตั้งแต่ฉบับเดือน มิ.ย. 2019 (2 พ.ค. 2019)



อ.Takeshi Maekawa เขียนการ์ตุนเรื่อง จินมี่หมัดเหล็ก (Tekken Chinmi) เล่าเรื่องราวของจินมี่เด็กหนุ่มผู้รักการฝึกฝนวิชากังฟู ซึ่งตัวเขาก็ต้อง
มาผจญศึกกับเหล่าคู่ต่อสู้มากมาย มาลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Monthly Shonen Magazine ฉบับเดือน ธ.ค. 1983 จนกระทั่งจบลงใน
ฉบับเดือน ก.พ. 1997 รวมเป็นฉบับรวมเล่มพิมพ์ครั้งแรกทั้งหมด 35 เล่มจบ สตูดิโอ Ashi Productions นำการ์ตูนเรื่อง จินมี่หมัดเหล็ก ไปดัดแปลง
เป็นทีวีอนิเม ความยาว 20 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่นวันที่ 2 ก.ค. 1988 จนถึงวันที่ 24 ธ.ค. 1988 แล้วก็เริ่มต้นเขียนภาคใหม่ทันทีโดยไม่มีการ
หยุดพักใช้ชื่อเรื่องว่า จินมี่ยอดยุทธหมัดเหล็ก (Shin Tekken Chinmi) เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในฉบับเดือน มี.ค. 1997 แล้วมาอวสานลงในฉบับเดือน
พ.ย. 2004 รวมเป็นฉบับรวมเล่มทั้งหมด 20 เล่มจบ โดยระหว่างที่กำลังเขียนภาคยอดยุทธหมัดเหล็ก ก็ได้เขียนภาคแยกที่ใช้ชื่อว่า จินมี่ผจญภัย
(Tekken Chinmi Gaiden) เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกใน Monthly Shonen Magazine Great ฉบับเดือน ส.ค. 1997 แล้วเขียนตอนใหม่มาลงพิมพ์ใน
Monthly Shonen Magazine และ Monthly Shonen Magazine+ รวมเป็นฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 4 เล่ม และกลับมาเขียนภาคใหม่
จินมี่หมัดเหล็ก Legend (Tekken Chinmi Legends) เริ่มตอนแรกใน Monthly Shonen Magazine ฉบับเดือน ก.ย. 2006 ปัจจุบันภาค Legends
มีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่น 25 เล่ม อีกทั้งยังเคยคว้ารางวัลการ์ตูนผู้ชายยอดเยี่ยมจาก Kodansha Manga Award ครั้งที่ 11 ในปี 1987



ที่มา Monthly Shonen Magazine 2019 September

อ.Akimi Yoshida มีผลงานใหม่ "Utagawa Hyakkei" ภาคแยกของ Umimachi Diary

อ.Akimi Yoshida มีผลงานการ์ตูนใหม่ "Utagawa Hyakkei" ซึ่งเป็นภาคแยกของการ์ตูนเรื่อง Umimachi Diary เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Kazuki
น้องชายที่เป็นลูกติดของแม่เลี้ยงของ Suzu (ปรากฎตัวครั้งแรกในตอนพิเศษ ซึ่งลงพิมพ์อยู่ในนิตยสารการ์ตูน Flowers ฉบับเดือน พ.ย. 2018
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2018 แล้วนำมารวมไว้ในท้ายเล่มของฉบับรวมเล่ม 9 ซึ่งเป็นเล่มจบ ออกวางแผงในญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2018 เล่าเรื่อง
ในอีก 10 ปีถัดมาจากเนื้อเรื่องหลัก เมื่อ Suzu ได้กลับมาพบกับ Kazuki พร้อมทั้งบอกว่าเธอนั้นได้แต่งงานกับ Futa แล้ว) เริ่มลงพิมพ์ตอนแรก
ในนิตยสารการ์ตูน Flowers ฉบับเดือน ก.ย. 2019 (26 ก.ย. 2019) ความยาว 56 หน้า มีภาพสีเปิดตอน แล้วยังได้ขึ้นเป็นภาพปกนิตยสารด้วย





อ.Akimi Yoshida ผู้วาด Banana Fish, ธิดามังกร (Eve no Nemuri) เขียนการ์ตูนเรื่อง Umimachi Diary มาลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน
Flowers ฉบับเดือน ส.ค. 2006 (28 มิ.ย. 2006) จนมาถึงตอนจบในฉบับเดือน ส.ค. 2018 (28 มิ.ย. 2018) แล้วเขียนตอนพิเศษ มาลงพิมพ์ใน
ฉบับเดือน พ.ย. 2018 (28 ก.ย. 2018) เล่าเรื่องราวในอีก 10 ปีถัดมาจากเนื้อเรื่องหลัก เมื่อ Suzu กลับมาพบกับ Kazuki น้องชายซึ่งเป็นลูกติด
ของแม่เลี้ยงของเธอเองอีกครั้ง รวมเป็นฉบับรวมเล่มทั้งหมด 9 เล่มจบ ผลงานการ์ตูนเรื่อง Umimachi Diary เคยได้รางวัลการ์ตูนยอดเยียม จาก
Manga Taisho Award ครั้งที่ 6 ในปี 2013 (เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้มาแล้วในครั้งที่ 1 เมื่อปี 2008 แต่ผลครั้งนั้นอยู่ในอันดับที่ 3),
Excellence Prize สาขาหนังสือการ์ตูน จาก Japan Media Arts Festival Awards ครั้งที่ 11 ในปี 2007, Tezuka Osamu Cultural Prize ได้รับ
การเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมมาแล้วสองครั้ง ครั้งที่ 12 ในปี 2008 และครั้งที่ 13 ในปี 2009 และคว้ารางวัลการ์ตูนทั่วไปยอดเยี่ยม
จาก Shogakukan Manga Award ครั้งที่ 61 ในปี 2016 โดยรับรางวัลนี้ร่วมกับการ์ตูนเรื่อง Sunny ผลงานของ อ.Taiyo Matsumoto

ครอบครัว Kouda ซึ่งประกอบด้วยสามสาวพี่น้องวัยทำงาน อยู่มาวันหนึ่งทั้งสามคนทราบข่าวการเสียชีวิตของคุณพ่อที่แยกไปมีครอบครัวใหม่
และไม่ได้เจอกันมา 15 ปี สามสาวจึงวางแผนจะไปงานศพด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดในฐานะลูก นั่นเพราะพวกเธอไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจ
จะว่าไปก็ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะสำหรับพวกเธอแล้ว พ่อก็เหมือนคนแปลกหน้าที่แทบไม่มีความทรงจำร่วมกันมาก่อน

"Yoshino" กับ "Chika" น้องสาวตัดสินใจเดินทางล่วงหน้าไปร่วมเคารพศพ
เพราะ "Sachi" พี่สาวคนโตเป็นพยาบาลและติดอยู่เวรกลางคืนจึงอาจไปร่วมงานไม่ได้
สองสาวได้พบกับ "Suzu" เด็กสาวมัธยมต้นที่มีใบหน้านิ่งเรียบเหมือนผู้ใหญ่กว่าวัย
Suzu เป็นลูกติดของภรรยาคนที่สองของพ่อ แต่ภายหลังเมื่อคุณแม่ของ Suzu เสียชีวิต
พ่อจึงแต่งงานใหม่กับหม้ายลูกสามอีกครั้ง ผลคือ Suzu ต้องเลี้ยงน้องที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดแม้แต่น้อย
และอยู่กับแม่ที่ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเธอเช่นกัน ความห่างเหินทางสายเลือดทำให้เธอพยายามเก็บความรู้สึก
และทำตัวเป็นประโยชน์กับคนรอบข้างให้มากที่สุด สามพี่น้องคงเป็นคนแรกๆ ที่มีโอกาสได้เห็น Suzu ร้องไห้ในงานศพของพ่อ
เพราะเธอเข้มแข็งเสียจนทุกคนลืมไปว่าเธอก็เป็นแค่เด็กสาวที่เพิ่งสูญเสียพ่อไปเท่านั้น

สามพี่น้องสารภาพว่าพวกเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับการจากไปของพ่อเลย เพราะตอนที่พ่อจากไปพวกเธอยังเด็กมาก
ดังนั้นงานศพครั้งนี้จึงเหมือนงานศพของคนไม่รู้จักเสียมากกว่า จนกระทั่งเมื่อ Suzu มอบซองกระดาษหนาซองหนึ่งให้
ทั้งสามคนก็รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังหลั่งไหลออกมาจากความทรงจำ

ซองนั้นบรรจุภาพถ่ายวัยเด็กของทั้งสามคนไว้นั่นเอง ในภาพอัดแน่นด้วยความทรงจำร่วมกันระหว่างพวกเธอกับพ่อ
กระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยที่ตอนเด็กไม่เข้าใจก็สามารถเข้าใจได้ในตอนนี้ว่าแท้จริงสิ่งที่พ่อทำล้วนก่อขึ้นจากความเป็นห่วงและรักใคร่
ความทรงจำจากภาพสีจางบนกระดาษเก่าๆ ทำให้ชายแปลกหน้าในโลงศพกลับกลายเป็นพ่อของพวกเธอขึ้นมาอีกครั้ง
และทำให้พวกเธอลบความโกรธเมื่อวัยเด็กที่ถูกพ่อทอดทิ้งออกไปได้จนหมดสิ้น



Hirokazu Koreeda ที่มีผลงานกำกับภาพยนตร์ Nobody Knows แด่หัวใจที่โลกไม่รู้, Like Father Like Son พ่อครับ...รักผมได้ไหม
(Soshite Chichi ni Naru), The Third Murder กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 (Sandome no Satsujin) ได้นำการ์ตูนเรื่อง Umimachi Diary
ไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปเมื่อ 13 มิ.ย. 2015 กวาดรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น
1,550 ล้านเยน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival)
ครั้งที่ 68 ในปี 2015 และคว้าไปได้ถึง 4 รางวัลจาก Japan Academy Prize ครั้งที่ 39 ในปี 2016 ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี,
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Hirokazu Koreeda), ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Mikiya Takimoto), กำกับแสงยอดเยี่ยม (Norikiyo Fujii)
และส่งให้นักแสดงสาว Suzu Hirose ที่รับบทเป็น Suzu Asano ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลนักแสดงคลื่นลูกใหม่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
(ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ในไทยเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2015 ใช้ชื่อเรื่องว่า Our Little Sister เพราะเราพี่น้องกัน)



- Sachi Kouda พี่สาวคนโต แสดงโดย Haruka Ayase (Hotaru Takano - โฮตารุแสงแห่งรัก Hotaru no Hikari)
- Yoshino Kouda พี่สาวคนที่สอง แสดงโดย Masami Nagasawa (Kaoru Aragaki - รักแรก รักเดียว รักเธอ Nada Sou Sou)
- Chika Kouda พี่สาวคนที่สาม แสดงโดย Kaho (Ryo Miyakozuka - ยอดชายใจแหวว Otomen)
- Suzu Asano น้องสาวต่างแม่ แสดงโดย Suzu Hirose (Kaori Miyazono - เพลงรักสองหัวใจ Shigatsu wa Kimi no Uso)
(เธอคนนี้ก็เป็นน้องสาวของ Alice Hirose ที่แสดงเป็น Aki Mikage ใน Silver Spoon, Eru Chitanda ใน ปริศนาความทรงจำ Hyouka)



ที่มา Natalie

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Peach Girl NEXT จบที่ฉบับรวมเล่ม 8

หนังสือการ์ตูน Peach Girl NEXT ผลงานของ อ.Miwa Ueda ฉบับรวมเล่ม 7 ออกวางแผงที่ญี่ปุ่นในเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2019
โดยภายในเล่มนี้ได้เปิดเผยให้ทราบว่าฉบับรวมเล่ม 8 ซึ่งมีกำหนดออกวางแผงที่ญี่ปุ่นภายในเดือน ก.พ. 2020 จะเป็นเล่มจบ





อ.Miwa Ueda ผู้วาด Papillon ผีเสื้อกับดอกไม้ (Papillon - Hana to Chou), รักหวานฉ่ำ เจ้าชายสตรอเบอรี่ (Ichigo no Ouji to Entremet),
Oh! My Darling และ Wedding High School (Pure Mari) เขียนการ์ตูนเรื่อง Peach Girl ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน Bessatsu Friend ในปี
1997-2004 รวมเป็นฉบับรวมเล่มฉบับพิมพ์ครั้งแรกทั้งหมด 18 เล่มจบ แล้วกลับมาเขียนการ์ตูนภาคแยก Peach Girl นอกรอบ (Ura Peach Girl)
ที่ให้ ซาเอะ เป็นตัวเอก ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนเล่มเดียวกันในปี 2005 รวมเป็นฉบับรวมเล่มออกมาได้ 3 เล่ม ยังไม่จบ ผลงานการ์ตูนเรื่องนี้
เคยได้รับรางวัลการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยมจาก Kodansha Manga Awards ครั้งที่ 23 ในปี 1999 และสตูดิโอ Comet (Jewelpet) นำการ์ตูนเรื่องนี้
ไปดัดแปลงให้เป็นทีวีอนิเม ความยาว 25 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2005 จนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2005

รายชื่อนักพากย์ตัวละครหลัก Peach Girl ฉบับทีวีอนิเม
- Saeko Chiba (Nina Einstein - Code Geass) พากย์เป็น Momo Adachi
- Hidenobu Kiuchi (Shoukichi Komachi - Terra Formars) พากย์เป็น Kazuya Toujikamori (Toji)
- Kenichi Suzumura (Atsushi Murasakibara - Kuroko no Basket) พากย์เป็น Kairi Okayasu
- Megumi Nasu (Yue Imasaka - Memories Off) พากย์เป็น Sae Kashiwagi



การ์ตูนเรื่อง Peach Girl ยังเคยได้นำไปดัดแปลงเป็นละครไต้หวัน Mi Tao Nu Hai ออกอากาศทาง Chinese Television Systems (CTS)
ในปี 2002 ความยาว 13 ตอนจบ นำแสดงโดย Annie Wu (Xiao Tao หรือ Momo Adachi), Kenji Wu (Dong Shi หรือ Kazuya Toujikamori),
Vanness Wu ที่รู้จักกันดีในนาม Vanness F4 (Ah Li หรือ Kairi Okayasu) และ Michelle Gu (Sha Hui หรือ Sae Kashiwagi)
ละครเรื่องนี้เคยมาออกอากาศในไทยทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในปี 2007 ใช้ชื่อเรื่องว่า "เธอสุดแสบที่ฉันแอบรัก Peach Girl"

- Opening Theme Song : "Ai De Jiu Shi Ni (Love Is You)" ขับร้องโดย Wang Leehom [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Insert Song : "Ni Bu Ai Wo Ai Shei (Who Do You Love If Not Me?)" ขับร้องโดย Vanness Wu [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Ending Theme Song : "Wo Yi Ran Xiang Xin Ni Hai Ai Wo (I Believe in Your Love) ขับร้องโดย Ginny Liu [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]



การ์ตูนเรื่อง Peach Girl ไม่เพียงแค่ได้นำไปสร้างเป็นละครไต้หวันเท่านั้น ประเทศต้นตำรับอย่างญี่ปุ่น ก็หยิบเอาการ์ตูนเรื่องนี้นำไปสร้างเป็น
ภาพยนตร์คนแสดงเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2017 นำแสดงโดย Mizuki Yamamoto รับบทเป็น Momo Adachi
Kei Inoo หนึ่งในสมาชิกกลุ่มไอดอล Hey! Say! JUMP รับบทเป็น Kairi Okayasu, Mei Nagano  รับบทเป็น Sae Kashiwagi, Mackenyu
รับบทเป็น Kazuya Toujigamori หรือ Touji เปิดตัวในอันดับ 3 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในช่วงสุดสัปดาห์แรกไปประมาณ
(20-21 พ.ค. 2017) 142 ล้านเยน และทำรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปได้ 630 ล้านเยน



ความลับในเรื่องรักของโมโมสาวน้อยผิวสีแทนผมสีแดงแตกซะแล้ว
ซาเอะเพื่อนรักเพื่อนแค้นของโมโม ซึ่งรู้ว่าโมโมชอบอะไรเป็นไม่ได้ เป็นต้องแต่งตัวเป็นคู่แข่งขึ้นมาทุกที
แล้วคราวนี้โมโมจะปกป้องความรักของเธอได้หรือไม่ รักนี้จะกลายเป็นรักคุดหรือเปล่า!?

ภาพปกหนังสือการ์ตูน Peach Girl ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เล่ม 1-18 (จบ), Peach Girl Fanbook และ Peach Girl นอกรอบ เล่ม 1-3



ภาพปกหนังสือการ์ตูน Peach Girl ฉบับพิมพ์ใหม่ปี 2016-2017 เล่ม 1-18 (จบ)



หลังจากผลงานการ์ตูนสุดฮิตเรื่อง Peach Girl จบลงไปนาน 13 ปี แล้วได้มีการนำเรื่องนี้กลับมาพิมพ์ซ้ำออกมาวางแผงในญี่ปุ่นในปี 2009-2010
(9 เล่มจบ) และปี 2016-2017 (18 เล่มจบ) รวมไปถึงได้นำไปสร้างเป็นละครไต้หวันและภาพยนตร์ญี่ปุ่นด้วย อ.Miwa Ueda ก็ได้กลับมาเขียน
ภาคต่อของผลงานเรื่องนี้ ใช้ชื่อเรื่องว่า Peach Girl NEXT เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Be Love ฉบับที่ 17/2016 (12 ส.ค. 2016)
ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 7 เล่ม ยังไม่จบ และมียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มทั้งซีรีย์รวมกันในญี่ปุ่น 14 ล้านเล่ม

10 ปีจากความรักที่เป็นตำนานเหมือนเฮอริเคน โมโม ไคริ โทจิ และซาเอะที่ตอนนี้อายุ 27 กลับมาแล้ว!
ในช่วงที่โมโมและไคริใกล้จะแต่งงานมีความสุขอย่างเต็ม MAX แต่ซาเอะไม่มีทางเฝ้ามองดูอยู่เฉยๆ แน่!
ส่วนโทจิที่เป็นผู้ใหญ่แล้วกลับดูหม่นหมองยิ่งกว่าเมื่อก่อน เพราะอะไรกันนะ...!?
เมื่อทั้ง 4 คนกลับมาพบกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี พลังแห่งรักที่เกิดขึ้นก็เดินเครื่องเต็มกำลัง!!!! POP ออกสตาร์ท!!



ที่มา BELOVE_henshubu , leomama0130