วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Blue Encount และ Sayuri ขับร้องเพลงประกอบทีวีอนิเม My Hero Academia ซีซั่น 4

นิตยสารการ์ตูน Shonen Jump ฉบับที่ 39/2019 (26 ส.ค. 2019) ประกาศว่า "Polaris" เพลงใหม่ของวงร็อค Blue Encount ประกอบด้วย
สมาชิก 4 คน (เรียงจากซ้่ายไปขวาตามภาพด้านล่าง) คือ Yuta Tsujimura (เบส), Yoshihide Takamura (กลอง), Shunichi Tanabe
(ร้องนำ/กีตาร์), Yuya Eguchi (กีตาร์) ได้นำมาใช้เป็น Opening Theme (OP) และ "Koukai no Uta" ซิงเกิ้ลใหม่ของนักร้องสาว Sayuri
ที่มีกำหนดออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 27 พ.ย. 2019 ได้นำไปใช้เป็น Ending Theme (ED) ให้ทีวีอนิเม My Hero Academia ซีซั่น 4
ซึ่งจะมาออกอากาศทางสถานี YTV และ NTV เวลา 17:30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 2019



ผลงานเพลงประกอบอนิเมของ Blue Encount
- Freedom (OP2 Banana Fish) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Day x Day (OP14 กินทามะ Gintama) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- VS (OP19 กินทามะ Gintama) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Survivor (OP2 Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]

ผลงานเพลงประกอบอนิเมของ Sayuri
- Sore wa Chiisa na Hikari no You na (ED รีไววัล ย้อนอดีตไขปริศนา Boku dake ga Inai Machi) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Tsuki to Hanataba (ED Fate/Extra Last Encore) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Reimei (OP Golden Kamuy ขับร้องร่วมกับวงร็อค My First Story) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Mikazuki (ED Rampo Kitan: Game of Laplace) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]
- Heikousen (ED Kuzu no Honkai) [คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง]



นอกจากทีวีอนิเม ซีซั่น 4 แล้ว ก็จะมีภาพยนตร์อนิเมภาคสอง My Hero Academia The Movie: Heroes:Rising ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายใน
โรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 20 ธ.ค. 2019 และ อ.Kouhei Horikoshi เจ้าของผลงานการ์ตูนต้นฉบับ ยังคงมาเป็นที่ปรีกษาโดยรวมให้กับ
ภาพยนตร์อนิเมภาคสอง แล้วลงมือออกแบบตัวละครต้นฉบับให้ภาพยนตร์อนิเมภาคสอง เช่นเดียวกับภาคแรก



อ.Kouhei Horikoshi ผู้วาด โอมากะโดกิ สวนสัตว์หลุดโลก (Oumagadoki Doubutsuen) และ บัลจ์ The Star Warrior (Sensei no Bulge)
เขียนการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia (Boku no Hero Academia) มาเริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Shonen Jump ฉบับที่ 32/2014
(7 ก.ค. 2014) ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 24 เล่ม ยังไม่จบ และ อ.Anri Takashi ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปเขียนเป็นฉบับนิยาย
My Hero Academia สมุดปกขาวยูเอ (Boku no Hero Academia: Yuuei Hakusho) ปัจจุบันฉบับนิยายออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 4 เล่ม อีกทั้ง
ยังได้มีการนำไปสร้างป็นเกม My Hero Academia: Battle for All ลงบนเครื่องเกม Nintendo 3DS ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 19 พ.ค. 2016
และ My Hero Academia: One's Justice Game ลงบนเครื่องเกม PlayStation 4 กับ Nintendo Switch ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น 23 ส.ค. 2018

เพื่อผมที่นุ่มสลวยเงางามยิ่งขึ้น มนุษย์มากมายต่างก็มีพลังที่เรียกว่า "อัตลักษณ์" แต่ว่ามันหาใช่พลังที่มีไว้เพื่อผดุงคุณธรรมเท่านั้นไม่
กระนั้น เมื่อมีตัวตนอันชั่วร้ายอยู่ฉันใด ที่นั่นก็ย่อมต้องมีฮีโร่ของพวกเราอยู่ด้วยฉันนั้ อื้อ? ฉันเป็นใครงั้นรึ? Ha-ha-ha-ha-ha!
เอาล่ะ มาเริ่มกันเถอะหนุ่มน้อย! พุ่งทะยานไปสู่ความฝันของเธอเท่านั้นซะสิ! "Plus Ultra"!!



การ์ตูนเรื่อง My Hero Academia มีการนำไปเขียนเป็นการ์ตูนภาคแยกอีก 2 ภาค คือ My Hero Academia Smash!! การ์ตูนแนว 4 ช่อง
รับหน้าที่วาดภาพโดย อ.Hirofumi Neda ลงให้อ่านในเว็บไซต์ Shonen Jump+ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2015 จนกระทั่งถึงตอนจบลงในวันที่
6 พ.ย. 2017 รวมเป็นฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นทั้งหมด 5 เล่มจบ และ Vigilante: My Hero Academia Illegals รับหน้าที่วาดภาพโดย
อ.Betten Court เริ่มลงพิมพ์ตอน 0 ในนิตยสารการ์ตูน Shonen Jump GIGA 2016 Vol.2 (20 ส.ค. 2016) แล้วก็เขียนตอนใหม่มาลงพิมพ์
ในนิตยสารการ์ตูนเล่มเดียวกับที่ลงพิมพ์ตอน 0 จนถึงฉบับ 2016 Vol.4 (20 ต.ค. 2016) จากนั้นก็ย้ายไปลงตอนใหม่ให้อ่านต่อในเว็บไซต์
Shonen Jump+ ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 7 เล่ม ยังไม่จบ ซึ่งหนังสือการ์ตูนฉบับรวมเล่มทั้งภาคหลักและภาคแยก
รวมไปถึงฉบับนิยาย มียอดพิมพ์รวมกันในญี่ปุ่น 23 ล้านเล่มแล้ว



สตูดิโอ BONES ได้นำการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia ไปดัดแปลงเป็นทีวีอนิเมซีซั่นแรก ความยาว 13 ตอน ออกอากาศที่ญี่ปุ่นวันที่
3 เม.ย. - 26 มิ.ย. 2016, ซีซั่นสอง ความยาว 25 ตอน ออกอากาศที่ญี่ปุ่นวันที่ 1 เม.ย. - 30 ก.ย. 2017, ซีซั่นสาม เริ่มออกอากาศ
ที่ญี่ปุ่นไปแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. 2018 แล้วก็ยังมีอนิเมตอนพิเศษ Sukue! Kyujo Kunren ความยาว 25 นาที เนื้อเรื่องที่เขียนขึ้นมาใหม่
อยู่ระหว่างทีวีอนิเมซีซั่นแรกกับซีซั่นสองโดย อ.Kohei Horikoshi ซึ่งได้นำไปจัดฉายโชว์ในงานอีเวนท์ Jump Special Anime Festa 2016
(24 พ.ย. 2017) บรรจุลงในแผ่น DVD มาพร้อมกับฉบับรวมเล่ม 13 แบบ Limited Edition (4 เม.ย. 2017) กับ Training of the Dead
ตอนพิเศษที่มาพร้อมกับฉบับรวมเล่ม 14 แบบ Limited Edition (2 มิ.ย. 2017) และได้ทำต่อซีซั่น 4 เริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่น ต.ค. 2019

อีกทั้งการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเม My Hero Academia The Movie: Two Heroes กำเนิดใหม่ 2 วีรบุรุษ
เข้าฉายโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 3 ส.ค. 2018 (เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศไทยวันที่ 29 พ.ย. 2018) เปิดตัวครั้งแรกในอันดับ 4
Japan Box Office และสามารถทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปได้ถึง 1,500 ล้านเยน เป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดย
อ.Kouhei Horikoshi เน้นไปที่ตัวละครในห้อง A และเปิดเผยเรื่องในอดีตของตัวละครบางตัวที่ยังไม่เคยได้เปิดเผยมาก่อนในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ
พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรเข้าไปชมภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่น 1 ล้านคนแรก จะได้รับของสมนาคุณเป็นฉบับรวมเล่ม 0 ที่มีภาพปกวาดใหม่และ
การ์ตูนพิเศษ All Might: Rising ภายในเล่มนี้ก็จะรวบรวมคำอธิบายและวิเคราะห์เหล่าตัวละครในเรื่องนี้ รวมไปถึตัวละครปรากฎตัวในภาพยนตร์อนิเม
ไม่เพียงแค่นั้นยังมีการตีพิมพ์บทสนทนาลับเฉพาะระหว่าง อ.Kohei Horikoshi กับ อ.Eiichiro Oda เจ้าของผลงานการ์ตูนสุดฮิต One Peice อีกด้วย
ภาพยนตร์อนิเมภาค Futari no Hero กวาดรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปได้ถึง 1,500 ล้านเยน

My Hero Academia The Movie: Two Heroes กำเนิดใหม่ 2 วีรบุรุษ ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในรูปแบบ Blu-ray (4,800 เยน) และ DVD
(3,800 เยน) ไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2019 พิเศษ! สำหรับผู้ที่เลือกซื้อ Plus Ultra Edition (Blu-ray ราคา 7,800 เยน, DVD ราคา 6,800 เยน)
ก็จะมีอนิเมตอนพิเศษ All Might: Rising The Animation ซึ่งสร้างมาจากการ์ตูนตอนพิเศษใน My Hero Academia เล่ม 0 Origin นอกจากนั้น
ภายในชุด Plus Ultra ก็จะมี Special Booklet (Key Animation และบทสัมภาษณ์), Picture Drama จากฉาก BBQ ของเหล่านักเรียนห้อง 1-A
และฟุตเตจจากงานอีเวนท์ Anime Expo 2018 วันที่ 5 ก.ค. 2018 อีกด้วย





อีกทั้งการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia ยังได้มีการนำไปจัดแสดงในรูปแบบละครเวที My Hero Academia The 'Ultra' Stage จัดแสดงที่
The Galaxy Theatre กรุงโตเกียว วันที่ 12-21 เม.ย. 2019 ทั้งหมด 16 รอบ และ Sankei Hall Breeze โอซาก้า วันที่ 26-29 เม.ย. 2019
ทั้งหมด 6 รอบ โดยได้ Tsuneyasu Motoyoshi (ละครเวที โอตาคุปั่นสะท้านโลก Yowamushi Pedal ปี 2013-2014-2015, เทวทูตแห่งโลกมืด
Seraph of the end The Musical ปี 2016, ละครเวที เจ้าชายมิติมายา devils and realist ปี 2016) มารับหน้าที่กำกับ แล้วลงมือเขียนบทด้วย,
Shunsuke Wada มารับหน้าที่แต่งเพลง และ Umebou มารับหน้าที่ออกแบบท่าเต้น

ไม่เพียงแค่นั้น Legendary Entertainment ก็มีการประกาศนำการ์ตูนเรื่อง My Hero Academia ไปสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดง
Alex Garcia (Godzilla) กับ Jay Ashenfelter (Pacific Rim: Uprising) มารับตำแหน่งอำนวยการสร้างภาพยนตร์ในส่วนของ Legendary
กับ Ryousuke Yoritomi มารับตำแหน่งเดียวกันในส่วนของ Shueisha และ Toho รับหน้าที่จัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศญี่ปุ่น



ที่มา heroaca , hakuichi0891

"ศึกชิงอัญมณีสีคราม" กวาดรายได้ในญี่ปุ่นแซง "ปฏิบัติการสายลับเดอะซีโร่" ขึ้นแท่นแชมป์ทำเงินสูงสุดของภาพยนตร์อนิเมแฟรนไชส์ "ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน"

ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ศึกชิงอัญมณีสีคราม (Detective Conan: The Fist of Blue Sapphire, Meitantei Conan: Konjou no Fist)
กลับมาฉายเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในระบบ 4D ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2019 ซึ่งเมื่อรวมรายได้จนถึงวันที่ 25 ส.ค. 2019 ที่ผ่านมา
รวมทั้งหมด 136 วัน กวาดรายได้รวมทั้งหมดไปแล้ว 9,182,702,500 เยน จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ทั้งหมด 7,164,729 ใบ ซึ่งเพียงพอที่จะ
ทำให้รายได้รวมทั้งหมดแซง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 22 ปฏิบัติการสายลับเดอะซีโร่ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของแฟรนไชส์

อันดับภาพยนตร์อนิเม ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ทำเงินสูงสุดในญี่ปุ่น
01. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ศึกชิงอัญมณีสีคราม (The Fist of Blue Sapphire) : 9,182 ล้านเยน/ 7.16 ล้านใบ (ปี 2019)
02. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 22 ปฏิบัติการสายลับเดอะซีโร่ (Zero the Enforcer) : 9,180 ล้านเยน/6.88 ล้านใบ (ปี 2018)
03. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 21 ปริศนาเพลงกลอนซ่อนรัก (Crimson Love Letter) : 6,890 ล้านเยน/5.35 ล้านใบ (ปี 2017)
04. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 20 ปริศนารัตติกาลทมิฬ (The Darkest Nightmare) : 6,330 ล้านเยน/4.94 ล้านใบ (ปี 2016)
05. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 19 ปริศนาทานตะวันมรณะ (Sunflowers of Inferno) : 4,480 ล้านเยน/3.58 ล้านใบ (ปี 2015)
06. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 18 ปริศนากระสุนมรณะ (Dimensional Sniper) : 4,110 ล้านเยน/3.3 ล้านใบ (ปี 2014)
07. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 17 ฝ่าวิกฤติเรือรบมรณะ (Private Eye in the Distant Sea) : 3,630 ล้านเยน/3.02 ล้านใบ (ปี 2013)
08. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 13 ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ (The Raven Chaser) : 3,500 ล้านเยน/3 ล้านใบ (ปี 2009)
09. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 6 ปริศนาบนถนนสายมรณะ (The Phantom of Baker Street) : 3,400 ล้านเยน/2.89 ล้านใบ (ปี 2002)
10. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 16 ปริศนาระทึก-ศึกลูกหนังมรณะ (The Eleventh Striker) : 3,290 ล้านเยน/2.75 ล้านใบ (ปี 2012)
11. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 14 ปริศนามรณะเหนือน่านฟ้า (The Lost Ship in The Sky) : 3,200 ล้านเยน/2.71 ล้านใบ (ปี 2010)
12. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 7 คดีฆาตกรรมแห่งเมืองปริศนา (Crossroad in the Ancient Capital) : 3,200 ล้านเยน/2.7 ล้านใบ (ปี 2003)
13. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 15 15 นาทีเฉียดวิกฤติมรณะ (Quarter of Silence) : 3,130 ล้านเยน/2.65 ล้านใบ (ปี 2011)
14. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 10 บทเพลงมรณะแด่เหล่านักสืบ (The Private Eyes' Requiem) : 3,030 ล้านเยน/2.58 ล้านใบ (ปี 2006)
15. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 5 คดีปริศนาเส้นตายสู่สวรรค์ (Countdown to Heaven) : 2,900 ล้านเยน/2.5 ล้านใบ (ปี 2001)
16. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 8 มนตราแห่งรัตติกาลสีเงิน (Magician of the Silver Sky) : 2,800 ล้านเยน/2.35 ล้านใบ (ปี 2004)
17. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 11 ปริศนามหาขุมทรัพย์โจรสลัด (Jolly Roger in the Deep Azure) : 2,530 ล้านเยน/2.15 ล้านใบ (ปี 2007)
18. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 4 คดีฆาตกรรมนัยน์ตามรณะ (Captured in Her Eyes) : 2,500 ล้านเยน/2.15 ล้านใบ (ปี 2000)
19. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 12 บทบรรเลงแห่งความตาย (Full Score of Fear) : 2,420 ล้านเยน/2.06 ล้านใบ (ปี 2008)
20. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 3 ปริศนาพ่อมดคนสุดท้ายแห่งศตวรรษ (The Last Wizard of the Century) : 2,320 ล้านเยน/2 ล้านใบ (ปี 1999)
21. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 9 ยุทธการเหนือห้วงทะเลลึก (Strategy Above the Depths) : 2,150 ล้านเยน/1.82 ล้านใบ (ปี 2005)
22. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 2 คดีฆาตกรรมไพ่ปริศนา (The Fourteenth Target) : 1,650 ล้านเยน/1.4 ล้านใบ (ปี 1998)
23. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 1 คดีปริศนาระเบิดระฟ้า (The Time-Bombed Skyscraper) : 610 ล้านเยน (ปี 1997)



ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ศึกชิงอัญมณีสีคราม ได้ Tomoka Nagaoka ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับใน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 21
ปริศนาเพลงกลอนซ่อนรัก อีกทั้งมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้ภาค 17-18-19-20 รับหน้าที่กำกับเต็มตัวเป็นครั้งแรกให้กับอนิเมแฟรนไชส์นี้
และ Takahiro Okura ก็กลับมารับหน้าที่เขียนบทให้ภาพยนตร์อนิเมชุดนี้อีกครั้ง หลังจากเคยได้เขียนบทให้ภาพยนตร์อนิเมลำดับที่ 21 มาแล้ว
สำหรับ Blue Sapphire ซึ่งอยู่ในซิงเกิ้ล Supermoon ของ Hiroomi Tosaka หนึ่งในสมาชิกของ Sandaime J Soul Brothers from Exile Tribe
(วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2019) ได้นำมาใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมลำดับที่ 23 ของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน



ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ศึกชิงอัญมณีสีคราม ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์แรก (13-14 เม.ย. 2019)
1,463,827,700 เยน มียอดขายบัตรภาพยนตร์ 1,144,539 ใบ จาก 403 จอภาพยนตร์ แต่ภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น
วันแรก 12 เม.ย. 2019 รวมรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นในช่วงสามวันแรก (12-14 เม.ย. 2019) ทำเงินไป 1,886,292,700 เยน
จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ 1,458,263 ใบ รายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นช่วงสามวันแรกมากกว่ายอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 22
 ปฏิบัติการสายลับเดอะซีโร่ (13-15 เม.ย. 2018) ที่ทำเงินไปได้ 1,671,136,900 เยน จากยอดขายบัตรภาพยนตร์ทั้งหมด 1,289,000 ใบ
(สำหรับประเทศไทยเข้าฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF Cinema เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2019)

อันดับรายได้เปิดตัวช่วงสุดสัปดาห์แรกในญี่ปุ่นของภาพยนตร์อนิเม ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน
01. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ศึกชิงอัญมณีสีคราม (The Fist of Blue Sapphire) : 1,463 ล้านเยน/1,065,000 ใบ (ปี 2019)
02. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 22 ปฏิบัติการสายลับเดอะซีโร่ (Zero the Enforcer) : 1,296 ล้านเยน/1,012,000 ใบ (ปี 2018)
03. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 21 ปริศนาเพลงกลอนซ่อนรัก (Crimson Love Letter) : 1,287 ล้านเยน/987,568 ใบ (ปี 2017)
04. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 20 ปริศนารัตติกาลทมิฬ (The Darkest Nightmare) : 1,209 ล้านเยน/933,781 ใบ (ปี 2016)
05. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 19 ปริศนาทานตะวันมรณะ (Sunflowers of Inferno) : 874.8 ล้านเยน/688,623 ใบ (ปี 2015)
06. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 18 ปริศนากระสุนมรณะ (Dimensional Sniper) : 789.3 ล้านเยน/649,865 ใบ (ปี 2014)
07. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 17 ฝ่าวิกฤติเรือรบมรณะ (Private Eye in the Distant Sea) : 671.5 ล้านเยน/ 565,914 ใบ (ปี 2013)
08. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 16 ปริศนาระทึก-ศึกลูกหนังมรณะ (The Eleventh Striker) : 629.7 ล้านเยน/ 540,975 ใบ (ปี 2012)
09. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 13 ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ (The Raven Chaser) : 593.2 ล้านเยน/501,700 ใบ (ปี 2009)
10. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 14 ปริศนามรณะเหนือน่านฟ้า (The Lost Ship in The Sky) : 561.9 ล้านเยน/431,527 ใบ (ปี 2010)
11. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 15 15 นาทีเฉียดวิกฤติมรณะ (Quarter of Silence) : 550.1 ล้านเยน/453,619 ใบ (ปี 2011)
12. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 10 บทเพลงมรณะแด่เหล่านักสืบ (The Private Eyes' Requiem) : 543.5 ล้านเยน/449,917 ใบ (ปี 2006)
13. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 7 คดีฆาตกรรมแห่งเมืองปริศนา (Crossroad in the Capitol City) : 468 ล้านเยน/400,000 ใบ (ปี 2003)
14. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 11 ปริศนามหาขุมทรัพย์โจรสลัด (Jolly Roger in the Deep Azure) : 452.4 ล้านเยน/385,000 ใบ (ปี 2007)
15. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 12 บทบรรเลงแห่งความตาย (Full Score of Fear) : 420 ล้านเยน/358,754 ใบ (ปี 2008)
16. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 6 ปริศนาบนถนนสายมรณะ (The Phantom of Baker Street) : 418.6 ล้านเยน/354,000 ใบ (ปี 2002)
17. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 8 มนตราแห่งรัตติกาลสีเงิน (Magician of the Silver Sky) : 400 ล้านเยน/330,300 ใบ (ปี 2004)
18. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 9 ยุทธการเหนือห้วงทะเลลึก (Strategy Above the Depths) : 288 ล้านเยน/238,000 ใบ (ปี 2005)
19. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 5 คดีปริศนาเส้นตายสู่สวรรค์ (Countdown to Heaven) : 219 ล้านเยน/186,000 ใบ (ปี 2001)
20. ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 4 คดีฆาตกรรมนัยน์ตามรณะ (Captured in Her Eyes) : 208 ล้านเยน/178,000 ใบ (ปี 2000)

"กำปั้นสีน้ำเงิน" บลูแซฟไฟร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งจมอยู่ในทะเลแถบสิงคโปร์พร้อมกับเรือโจรสลัดในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
ได้ถูกมหาเศรษฐีท้องถิ่นเก็บกู้ขึ้นมา และนำมาอวดโฉมต่อหน้าสาธารณชน แต่กลับเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นที่มารีน่าเบย์แซนด์ส
โดยในที่เกิดเหตุนั้นมีสาส์นเตือนของจอมโจรคิดที่เปื้อนเลือดตกอยู่...

ขณะเดียวกัน รันกับโซโนโกะก็เดินทางมาชมการแข่งขันคาราเต้ที่จัดขึ้นที่สิงคโปร์พอดี ส่วนโคนันเดินทางออกนอกประเทศไม่ได้
เนื่องจากไม่มีพาสปอร์ต จึงต้องอยู่เฝ้าบ้าน แต่จอมโจรคิดต้องการใช้ประโยชน์จากโคนัน จึงใช้มายากลหลอกล่อพาตัวโคนันมายังสิงคโปร์
แถมยังจับเขาแปลงโฉมใหม่พร้อมกับยึดแว่นตา นาฬิกาข้อมือ และเสื้อผ้าไปหมดอีกด้วย หากไม่ยอมทำตามที่คิดบอก
โคนันก็จะไม่สามารถกลับญี่ปุ่นได้ เมื่อถูกรันถามชื่อโดยที่ดูไม่ออกว่าคนที่เธอถามเป็นใคร โคนันจึงโมเมตอบไปว่าชื่ออาเธอร์ ฮิราอิ (!?)
ต่อมาคิดก็ได้รับข้อมูลว่าบลูแซฟไฟร์หลับใหลอยู่ในตู้เซฟใต้ดินของคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ทีแรกนึกว่าลักลอบเข้ามาได้ง่ายๆ แต่แท้จริงแล้ว
ที่นั่นมีกับดักสุดแสนอันตรายรอคิดอยู่ นั่นคือการเผชิญหน้ากับเคียวโกขุ มาโคโตะ นักคาราเต้สุดแกร่งผู้ไร้พ่าย 400 นัด ชะตากรรมของคิด
จะเป็นเช่นไร...!? และน้ำสีแดงฉานที่ถูกปล่อยออกมาจากปากเมอร์ไลอ้อน สัญลักษณ์ของสิงคโปร์ ก็ราวกับเป็นลางบอกเหตุร้ายบางอย่าง!



ที่มา Oricon , SF Cinema

แจ้งข่าวการ์ตูน Luckpim : 26 สิงหาคม 2562

===================================================

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

1. ความรักเปลี่ยนสีได้ดั่งสายรุ้ง? (Koi wa Nanairo Shichihenge!?) (เล่มเดียวจบ) Deco Yamano 90 บาท (การ์ตูน BL)

ทำไมคนคนนี้ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่กลับดูเย้ายวน แถมริมฝีปากยังนุ่มอีกต่างหาก...

เรโอะ นักเรียนชั้นมัธยมปลายผู้มีงานอดิเรกที่ต้องเก็บเงียบไว้อย่างการแต่งคอสเพลย์ ได้พบกับ "ซากุระโมจิ" ผู้ที่แต่งคอสเพลย์ตัวละครหญิง
ในอุดมคติของเขาที่สถานจัดงานอีเวนต์ และได้รู้ว่าเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ทั้งที่ตั้งตารอวันที่จะได้พบกันอีกครั้ง
แล้วทำไม "ซากุระโมจิ" ถึงเป็นเด็กชายอายุมากกว่าที่ชื่อฮารุโตะกันล่ะ! เรโอะสุดจะช็อก
นอกจากนั้น ยังได้รับจูบที่จู่โจมอย่างกะทันหันจากฮารุโตะ ทำให้ยิ่งสับสนวุ่นวายถึงสุดขีด!
ทว่า ในตอนที่ได้ไปเที่ยวที่ห้องฮารุโตะ ตัวเรโอะเองก็รู้สึกใจเต้นตึกตักอย่างหยุดไม่อยู่ ทันใดนั้นเอง——!?

รูปภาพ

2. เกมล่ามนุษย์หมาป่า ภาคหมาป่า (Jinroh Game - Beast Side) เล่ม 1 Koudon & Ryo Kawakami 80 บาท

นิชินะ ไอริถูกบังคับให้เล่น "เกมล่ามนุษย์หมาป่า" ซึ่งเป็นเกมที่ให้นักเรียนโรงเรียนเดียวกันมาฆ่าฟันกันเอง
ไอริเอาชนะเกมที่แบ่งฝ่าย "ชาวบ้าน" กับ "มนุษย์หมาป่า" และฆ่าคนเป็นจำนวนมากมาได้ด้วยการเป็นชาวบ้าน
เธอไม่ได้รับการปล่อยตัว หากแต่ถุกบังคับให้เข้าร่วมเกมครั้งใหม่ และบทบาทของเธอในคราวนี้คือ "มนุษย์หมาป่า"
ที่ต้องฆ่าพวกพ้องอย่.—!! การ์ตูนเรื่องดังสุดฮิตเริ่มบทใหม่แล้ว!!

รูปภาพ

===================================================
ที่มา http://www.luckpim.com

แจ้งข่าวการ์ตูน Dexpress : 26 สิงหาคม 2562

=================================================================

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

1. My Boy มาย บอย เล่ม 2 Hitomi Takano 80 บาท

ทาวาดะ ซาโตโกะ สาววัยสามสิบ และฮายามิ มาชู เด็กหนุ่มอายุสิบสอง พวกเขาพบกันโดยบังเอิญที่สวนสาธารณะ
ซาโตโกะช่วยเหลือเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกันอย่างสนุกสนานและอบอุ่น
กระทั่งวันหนึ่งน้องชายของมาชูหายไปจากบ้าน ซาโตโกะที่ช่วยตามหาได้เจอบางสิ่งที่ไม่คาดคิด
เธอฉุกคิดขึ้นมาว่าขอบเขตของความสัมพันธ์นี้อยู่ตรงไหน? เช่นนั้นแล้ว เธอจะตัดสินใจเช่นไร...?

รูปภาพ

2. ภรรยามือใหม่ หัวใจต๊ะติ๊งโหน่ง เล่ม 5 (เล่มจบ) Yu Shiomura 80 บาท

สาวน้อยต่างชาติ ซุยจัง เธอเริ่มชินกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นแล้ว มีทั้งเรื่องสนุกสนาน ในวันวาเลนไทน์และเรื่องอื่นๆ
ระยะห่างกับสามีค่อยๆ ลดลงแล้วสินะ และแล้วความเป็นมาของซุยจังก็กำลังจะถูกเปิดเผย
เรื่องราวการใช้ชีวิตต่างวัฒนธรรมอันน่าจดจำแสนตลก โรแมนติกเข้าสู่เล่มอวสานแล้ว

รูปภาพ

3. นางฟ้าเพชฌฆาต Girl May Kill เล่ม 4 (เล่มจบ) Azusa Itakura 80 บาท

ปลายทางของความรักที่ไม่อาจจะตัดขาดได้ ของสาวน้อยนักฆ่าอายุ 15 ปี บทอวสานที่ต้องสั่นสะท้าน

โกฮงกิพบกับริตสึอีกครั้ง แต่เธอกลับกลายเป็นโสเภณีไปแล้ว ………การที่เธอต้องเป็นเช่นนี้มันเป็นความผิดของตนอย่างงั้นหรือ?
อีกด้านหนึ่ง เมย์ผู้ตกหลุมรักโกฮงกิเกินจะถอนตัว ก็เร่งรีบกลับบ้านเพื่อสารภาพรัก
แต่แล้วชะตากรรมที่พัวพันอย่างยุ่งเหยิงของพวกเขาทั้งสองได้ไปผูกเข้ากับเรื่องราวแห่งโศกนาฏกรรมเข้า ปลายทางของผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร…!

เลิฟสตอรี่สุดโหดร้าย ณ ย่านไชน่าทาวน์อันคุกรุ่นไปด้วยอาชญากรรมได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!

รูปภาพ

4. เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ เล่ม 8 Yuka Fujikawa & Rifujin na Magonote 80 บาท

แม้ปัญหาพ่อลูกทะเลาะกันจะคลี่คลายลงแต่รูเดียวก็ถูกน้องสาวที่เคยเอ็นดูเกลียดเข้าเสียแล้ว
ขณะที่จิตตกกับระยะห่างระหว่างตัวเองและน้องสาวปากไม่ตรงกับใจที่ยังไม่ขยับเข้ามาเสียที ก็ตัดสินใจว่าจะจัดงานเลี้ยงคืนดี

อีกด้านหนึ่งอาณาจักรอัสรา เจ้าหญิงอาเรียลตกเป็นเป้าหมายของเกมลอบสังหาร
จอมเวทคุ้มกันผู้ลึกลับที่ปกป้องเธอต้องปะทะกับพี่ชายของเธอซึ่งวางแผนจะทำให้น้องสาวหมดอำนาจในการช่วงชิงบัลลังก์!

มีตอน "ร็อกซีเมาเละ" ด้วยนะ!

รูปภาพ

=================================================================

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เจ้าชายปีศาจบ้านโมโมจิ จบแล้ว

การ์ตูนเรื่อง เจ้าชายปีศาจบ้านโมโมจิ (Momochi-san Chi no Ayakashi Ouji) ผลงานของ อ.Aya Shouoto ลงพิมพ์ตอนอวสานไปแล้วใน
นิตยสารการ์ตูน Asuka ฉบับเดือน ต.ค. 2019 ออกวางแผงที่ญี่ปุ่นในวันที่ 24 ส.ค. 2019 ซึ่งได้ขึ้นเป็นภาพปกนิตยสารเป็นการส่งท้ายด้วย
และฉบับรวมเล่ม 16 ซึ่งเป็นเล่มจบ มีกำหนดออกวางแผงที่ญี่ปุ่นในวันที่ 24 ต.ค. 2019





อ.Aya Shouoto ผู้วาด ฆาตกรรมผีเสื้อราตรี (Chouchou Jiken), จุมพิตเจ้าหญิงกุหลาบ (Barajou no Kiss), เสน่ห์ร้าย+นายแวมไพร์
(Junketsu + Kareshi), Super Darling! เขียนการ์ตูนเรื่อง เจ้าชายปีศาจบ้านโมโมจิ มาเริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Asuka
ฉบับเดือน เม.ย. 2013 (23 ก.พ. 2013) เคยหยุดเขียนผลงานการ์ตูนเรื่องนี้ไปช่วงหนึ่งตั้งแต่เดือน พ.ย. 2015 เนื่องจากลาคลอดบุตร
ก่อนจะกลับมาลงพิมพ์ตอนใหม่อีกครั้งในฉบับเดือน มิ.ย. 2016 (23 เม.ย. 2016) ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 15 เล่ม
มียอดพิมพ์ฉบับรวมเล่มรวมกันในญี่ปุ่น 7 แสนเล่ม ผลงานเรื่องนี้เคยทำเป็น Picture Drama เนื่องในโอกาสที่ฉบับรวมเล่ม 2 ออกวางแผง
ที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2013 ต่อจากนั้นก็ได้นำไปจัดทำเป็น Drama CD อีกหนึ่งชุด ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2014

รายชื่อนักพากย์ฉบับ เจ้าชายปีศาจบ้านโมโมจิ ดราม่าซีดี
- Aoi Nanamori และ Nue พากย์โดย KENN (Akihito Kanbara - Kyoukai no Kanata , Aya Kominato - Ao Haru Ride)
- Himari Momochi พากย์โดย Saki Fujita (Ao Nanami - Yozakura Quartet ~Hana no Uta~ , Ymir - Attack on Titan)
- Ise พากย์โดย Yuuki Ono (Taiga Kagami - Kuroko no Basket , Kannagi - Arata Kantagari)
- Yukari พากย์โดย Koji Yusa (Lunatic - Tiger & Bunny , Akira Midosuji - Yowamushi Pedal)




โมโมจิ ฮิมาริ เด็กสาวไร้ญาติขาดมิตรได้รับสืบทอด "บ้านโมโมจิ" ตามพินัยกรรมที่ส่งมาหาเธอเมื่อถึงวันเกิดอายุครบ 16 ปี
ทว่าที่นั่นกลับมีเด็กหนุ่มชื่ออาโออิกับยูคาริและอิเซตั้งรกราก (!?) อยู่ก่อนแล้ว!! ดูเหมือนบ้านโมโมจิจะเป็นบ้านน่าสงสัย
ที่ตั้งอยู่ระหว่างโลกนี้กับโลกโน้น... อีกทั้งอาโออิผู้เป็นศูนย์กลางของบ้านโมโมจิยังมีความลับอะไรบางอย่างด้วย...



การ์ตูนเรื่อง เจ้าชายปีศาจบ้านโมโมจิ ยังได้นำไปจัดแสดงในรูปแบบละครเวที จัดแสดงที่ Hakuhinkan Theater โตเกียว ทั้งหมด 7 รอบ
ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2015 จนถึงวันที่ 14 มิ.ย. 2015 โดยได้นักแสดงหนุ่ม Syuusuke Saito มารับบทนำเป็น Aoi Nanamori และ Nue



ที่มา Natalie , Asuka , shouoto

ภาพยนตร์อนิเม K: Seven Stories Episode 6 ได้นำมาเขียนเป็นการ์ตูนตอนพิเศษ

นิตยสารการ์ตูน Shonen Magazine Edge ฉบับเดือน ก.ย. 2019 (17 ส.ค. 2019) ประกาศว่าภาพยนตร์อนิเม K: Seven Stories Episode 6
Circle Vision ~Nameless Song~ ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของ K: Seven Stories เป็นเรื่องราวที่เขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดต่างจาก Episode 1-5
จะมีการ์ตูนตอนพิเศษ Epigraph ซึ่งจะมาลงพิมพ์ให้อ่านในฉบับเดือน ต.ค. 2019 ที่มีกำหนดออกวางแผงที่ญีปุ่นในวันที่ 17 ก.ย. 2019
โดยยังคงได้ อ.Yasuyuki Torikai กลับมารับหน้าที่วาดภาพฉบับการ์ตูนจาก K: Seven Stories Linked Project เช่นเดียวกับห้าตอนก่อนหน้านี้



K: Seven Stories Linked Project เป็นโครงการการ์ตูนตอนพิเศษที่จะมาเชื่อมโยงเนื้อหากับภาพยนตร์อนิเม K: Seven Stories ทั้งหกตอน
ซึ่งลงพิมพ์ให้อ่านไปแล้ว 5 เรื่องใน Shonen Magazine Edge เริ่มจากเรื่องแรก Aiseki เชื่อมโยงกับ Episode 1 R:B ~Blaze~ ลงพิมพ์ใน
ฉบับเดือน ก.ย. 2018 (17 ส.ค. 2018), เรื่องทีสอง Inu no Tsuioku เชื่อมโยงกับ Episode 2 SIDE:BLUE ~Tenrou no Gotoku~ ลงพิมพ์
ในฉบับเดือน พ.ย. 2018 (17 ต.ค. 2018), เรื่องที่สาม Yume no Kizahashi เชื่อมโยงกับ Episode 3 SIDE:GREEN ~Uwagaki Sekai~
ลงพิมพ์ในฉบับเดือน มี.ค. 2019 (16 ก.พ. 2019), เรื่องที่สี่ Fushimi Fusai เชื่อมโยงกับ Episode 4 Lost Small World ~Ori no Mukou ni~
ลงพิมพ์ในฉบับเดือน พ.ค. 2019 (17 เม.ย. 2019), เรื่องที่ห้า Grave เชื่อมโยงกับ Episode 5 Memory of Red ~BURN~ ลงพิมพ์ใน
ฉบับเดือน ก.ค. 2019 (17 มิ.ย. 2019) และ Epigraph เชื่อมโยงกับ Episode 6 Circle Vision ~Nameless Song~



ที่มา Shonen Magazine Edge , Episode 2 , Episode 3 , Episode 4 , Episode 5

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ถึงท่านพี่จะเป็นแรงก์ F แต่ก็จะครองโรงเรียนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเกมสินะคะ? มียอดพิมพ์ทั้งซีรีย์ในญี่ปุ่น 4 แสนเล่ม

ไลท์โนเวล ถึงท่านพี่จะเป็นแรงก์ F แต่ก็จะครองโรงเรียนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเกมสินะคะ? (Jishou F-Rank no Oniisama ga Game de
Hyouka sareru Gakuen no Chouten ni Kunrin suru Sou desu yo?) เล่ม 7 ออกวางแผงในญี่ปุ่นไปเมื่อ 24 ส.ค. 2019 โดยสายคาดปก
ที่มาพร้อมกับไลท์โนเวลเล่มนี้เปิดเผยให้ทราบว่ามียอดพิมพ์ทั้งไลท์โนเวลและหนังสือการ์ตูนรวมกันในญี่ปุ่น 400,000 เล่ม



อ.Ghost Mikawa เขียนไลท์โนเวลเรื่อง ถึงท่านพี่จะเป็นแรงก์ F แต่ก็จะครองโรงเรียนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเกมสินะคะ? ตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม
กับทาง MF Bunko J โดยได้มาร่วมงานกับ อ.Neko Metal (วาดภาพประกอบไลท์โนเวล เซียนนีทพิชิตต่างโลก Isekai nara NEET ga
Hataraku to Omotta?) ซึ่งมารับหน้าที่วาดภาพประกอบให้กับไลท์โนเวลเรื่องนี้ ออกวางแผงไลท์โนเวลเล่มแรกในญี่ปุ่น 25 เม.ย. 2017
และ อ.sorani นำไลท์โนเวลเรื่องนี้ไปเขียนเป็นฉบับการ์ตูน เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Comic Alive ฉบับเดือน พ.ค. 2018
(27 มี.ค. 2018) มีภาพสีเปิดตอน ปัจจุบันฉบับการ์ตูนมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 2 เล่ม ยังไม่จบ

โรงเรียนชิชิโอ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งรวบรวมไว้เฉพาะบุคคลที่เลิศล้ำในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การกีฬา
และชาติตระกูล แต่อันที่จริงแล้วมันคือโรงเรียนแนวปลาใหญ่กินปลาเล็กที่ตัดสินทุกอย่างด้วยผลลัพธ์ของการเล่นเกมนั่นเอง
แดนมิคสัญญีซึ่งมีเพียงผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวด—มีเพียงราชสีห์เท่านั้นที่จะรอดชีวิต ไซโจ กุเรน ตัวเอกผู้ทิ้งตำนานไร้พ่ายเอาไว้
ในการเล่นเกมแห่งโลกเบื้องหลังเพราะอยากใช้ชีวิตแบบคนปกติที่ไร้ซึ่งความวุ่นวายใด ๆ เขาจึงออมมือตอนสอบเข้าจนได้รับ
การประเมินให้อยู่ในแรงก์ F ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตามแผนการของเขา แต่สถานการณ์ก็กลับตาลปัตรในทันที เมื่อเขาได้พบกับ ไซโจ คาเรน
น้องสาวร่วมสายเลือดผู้รักพี่ชาย หมดหัวใจ และเมื่อ 'เจตนาร้าย' ของโรงเรียนตรงเข้าเล่นงานคาเรน กุเรนจึงต้องแสดงพลังที่แท้จริงออกมา—!



ที่มา kadokawa anime , animatesanomiya

ขอให้โชคดีมีชัยในโลกแฟนตาซี! มีไลท์โนเวลเล่มพิเศษมอบให้ผู้ที่เข้าไปชมภาพยนตร์อนิเมภาค Kurenai Densetsu

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์อนิเม Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo! Kurenai Densetsu ลงประกาศว่าผู้ที่ซื้อบัตรเข้าไปชม
ภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 2019 จนถึงวันที่ 5 ก.ย. 2019 จะได้ไลท์โนเวลเล่มพิเศษ Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo!
Kouma no Sato-hen (ซ้ายมือในภาพด้านล่าง) และผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 2019 จนถึงวันที่ 12 ก.ย. 2019
จะได้ไลท์โนเวลเล่มพิเศษ Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo! Accel no Machi-hen (ขวามือในภาพด้านล่าง)



Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo! Kurenai Densetsu ภาพยนตร์อนิเม มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันที่ 30 ส.ค. 2019
อ้างอิงเรื่องราวจากไลท์โนเวล ให้โชคดีมีชัยในโลกแฟนตาซี! (Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo!) ผลงานของ อ.Natsume Akatsuki
เล่ม 5 โดยยังคงได้ Takaomi Kanasaki กลับมารับหน้าที่กำกับ, Makoto Uezu กลับมารับหน้าที่เขียนบท, Masato Kouda มาทำเพลงประกอบ,
Koichi Kikuta กลับมารับหน้าที่ออกแบบตัวละครฉบับอนิเม แต่มีการเปลี่ยนแปลงสตูดิโอที่ผลิตอนิเมจากเดิม Studio DEEN ที่เคยสร้างทีวีอนิเม
ซีซั่น 1-2 ไปเป็นสตูดิโอ J.C. Staff ที่มารับช่วงนำไปผลิตเป็นภาพยนตร์อนิเม สำหรับบรรดานักพากย์หลักชุดเดิมก็กลับมารวมตัวกันอย่างครบถ้วน





นักร้องสาว Machico ซึ่งเคยขับร้อง fantastic dreamer และ TOMORROW ซึ่งนำไปใช๋เป็น Opening Theme (OP) ให้กับทีวีอนิเม ซีซั่น 1-2
ซึ่งเพลงใหม่ของเธอชื่อว่า 1mm Symphony ที่มีกำหนดออกวางจำหน่ายซีดีซิงเกิ้ลที่ญี่ปุ่นในวันที่ 28 ส.ค. 2019 ก็เป็นอีกครั้งที่ได้นำมาใช้เป็น
เพลงประกอบให้กับฉบับภาพยนตร์อนิเมภาค Kurenai Densetsu และสามนักพากย์หญิง Sora Amamiya (พากย์เป็น Aqua), Rie Takahashi
(พากย์เป็น Megumin), Ai Kayano (พากย์เป็น Darkness) ซึ่งได้เคยร่วมกันขับร้องเพลง Chiisana Boukensha และ Oie ni Kaeritai ที่ใช้เป็น
Ending Theme (ED) ให้กับทีวีอนิเม ซีซั่น 1-2 ก็กลับมาร่วมกันขับร้องเพลงใหม่ My Home Town ที่มีกำหนดออกวางจำหน่ายซีดีซิงเกิ้ลที่ญี่ปุ่น
ในวันที่ 4 ก.ย. 2019 ก็ได้นำมาใช้เป็น ED ให้กับภาพยนตร์อนิเมภาค Kurenai Densetsu



ที่มา konosuba , konosubaanime 1 , konosubaanime 2

อ.Daisuke Higuchi กลับมาเขียน Whistle! ไอ้หนูแข้งทอง ตอนพิเศษ ลงใน Shonen Jump+

อ.Daisuke Higuchi เขียนการ์ตูนเรื่อง Whistle! ไอ้หนูแข้งทอง ตอนพิเศษ Extra Stage Shuppatsu ภาพสีทั้งตอน มาลงให้อ่านในเว็บไซต์
Shonen Jump+ ไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2019 โดยการ์ตูนตอนพิเศษตอนนี้ก็เกิดมาจากการเปิดให้แฟนๆผลงานร่วมโหวตภายในงานนิทรรศการ
You Got Your Wish ร่วมฉลองครบ 20 ปีให้กับการ์ตูนเรื่องนี้ จัดที่ Arts Chiyoda 3331 ไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2018 จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 2018
ซึ่งผลปรากฎว่าทีมฟุตบอลโรงเรียนซากุระโจซุย คว้าชัยชนะจากการโหวตในครั้งนี้ไป เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ คาซามัตซึริ โช กำลังจะเดินทางไป
ประเทศเยอรมนีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เพื่อนร่วมทีมฟุตบอลโรงเรียนซากุระโจซุยก็เลยมาร่วมกันจัดงานเลี้ยงอำลาให้กับเขา





อ.Daisuke Higuchi เขียนการ์ตูนเรื่อง Whistle! ไอ้หนูแข้งทอง มาลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Shonen Jump ฉบับที่ 13/1998
(9 มี.ค. 1998) จนกระทั่งลงพิมพ์ตอนอวสานในฉบับที่ 45/2002 (21 ต.ค. 2002) รวมเป็นฉบับรวมเล่มพิมพ์ครั้งแรกทั้งหมด 24 เล่มจบ
แล้วมีการกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งเป็น Bunko Edition ออกวางแผงที่ญี่ปุ่นในปี 2006 ทั้งชุดมี 15 เล่มจบ สตูดิโอ Studio Comet นำไป
ดัดแปลงเป็นทีวีอนิเม ความยาว 39 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. 2005 จนถึงวันที่ 3 ก.พ. 2003 ซึ่งหลังจากเขียนจบ
ไปนาน 14 ปี ก็กลับมาเขียนภาคใหม่ใช้ชื่อว่า Whistle! W มาเริ่มลงให้อ่านตอนแรกในเว็บไซต์ Ura Sunday เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2016
แล้วยังมีให้อ่านในแอพลิเคชั่น Manga ONE ด้วย ปัจจุบันภาค W มีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 4 เล่ม ยังไม่จบ แต่หยุดเขียน
ไปตั้งแต่เดือน เม.ย. 2019 ที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

คาซามัตซึริ โช นักฟุตบอลจากรร.มุซาชิโนะโมริ ที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอล แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้รับโอกาสให้ได้เป็นนักกีฬาตัวจริง
เขาจึงย้ายไปเรียนที่ รร.ซากุระโจซุย แทน เพื่อโอกาสเป็นนักฟุตบอลตัวจริง ถึงเขาจะรูปร่างเล็ก แต่เขาก็มีความพยายามตั้งใจสูง
ด้วยความพยายามของเขา ทำให้เขายกระดับไปเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่งกองหน้าของทีมโรงเรียนได้สำเร็จ

ภาพปกหนังสือการ์ตูน Whistle! ไอ้หนูแข้งทอง Bunko Edition พิมพ์ออกวางแผงที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2006 ทั้งชุด 15 เล่มจบ



ภาพปกหนังสือการ์ตูน Whistle! W



ไม่เพียงแค่นั้น การ์ตูนเรื่อง Whistle! ไอ้หนูแข้งทอง ยังได้นำไปจัดแสดงในรูปแบบละครเวทีใช้ชื่อว่า Whistle! BREAK THROUGH
-Kabe wo Tsukiyabure- รับหน้าที่กำกับและเขียนบทละครเวทีโดย Mami Suzuki จัดแสดงที่ Theater 1010 โตเกียว ตั้งแต่วันที่
31 ส.ค. 2016 จนถึงวันที่ 8 ก.ย. 2016 ทั้งหมด 14 รอบ และออกวางจำหน่าย DVD ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 25 มี.ค. 2017



ที่มา Shonen Jump+

ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี อนิเมฉบับสมบูรณ์ ประกาศรายชื่อนักพากย์เพิมเติม 6 คน

Mugen no Juunin -Immortal- อนิเมฉบับสมบูรณ์ ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูน ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal (Mugen no Juunin)
ผลงานของ อ.Hiroaki Samura ซึ่งจะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่ต้นเรื่องจนกระทั่งจบบริบูรณ์ตามหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ สตูดิโอ Liden Films
รับหน้าที่ผลิตเป็นอนิเม โดยได้ Hiroshi Hamasaki (Steins;Gate, orange) มารับหน้าที่กำกับอนิเม, Makoto Fukami (Berserk 2016-2017,
Psycho-Pass) มารับหน้าที่ดูแลเนื้อเรื่องอนิเม, Shingo Ogiso (ผู้กล้าแห่งอัสลัน Arslan Senki) มารับหน้าที่ออกแบบตัวละครฉบับอนิเม และ
Eiko Ishibashi รับหน้าที่ทำเพลงประกอบอนิเม มีแผนนำมาออกอากาศให้รับชมผ่านช่องทางสตรีมมิ่งของ Amazon Prime Video เริ่มตั้งแต่เดือน
ต.ค. 2019 เป็นต้นไป แต่ไม่ได้มีการแจ้งว่าอนิเมเรื่องนี้จะได้นำมาออกอากาศให้รับชมทางสถานีทีวีด้วยรึไม่ ล่าสุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ
อนิเมเรื่องนี้ได้ประกาศรายชื่อนักพากย์เพิ่มเติมอีก 6 คน ทีมารับบท Anotsu, Magatsu, Kuroi, Shizuma, Otono-Tachibana, Abayama



Nozomu Sasaki (Clef - Magic Knight Rayearth, Yusuke Urameshi - คนเก่งทะลุโลก Yu Yu Hakusho) พากย์เป็น Kagehisa Anotsu



Tatsuhisa Suzuki (Makoto Tachibana - Free!, Ranmaru Kurosaki - Uta no Prince Sama) พากย์เป็น Taito Magatsu



Eiji Hanawa (Jiren - Dragon Ball Super) พากย์เป็น Sabato Kuroi



Shunsuke Sakuya (Graham - Mobile Suit Gundam Thunderbolt, Ishikawa - Ghost in the Shell: Arise) พากย์เป็น Eiku Shizuma



Houko Kuwashima (Mitsuru Kagurazaka - 7SEEDS, Charlotte Pudding - One Piece) พากย์เป็น Makie Otono-Tachibana



Shinya Fukumatsu (Jun Sonoda - Wangan Midnight เร็วสุดขีด สปีดสุดขั้ว!, Durham Glaster - Black Cat) พากย์เป็น Sosuke Abayama



รายชื่อนักพากย์ที่ได้ประกาศไปแล้ว

Kenjiro Tsuda (Mikoto Suoh - K Project, Sadaharu Inui - The Prince of Tennis) พากย์เป็น Manji Masa



Ayane Sakura (Arisa Ayase - Love Live! School idol project, Ochaco Uraraka - My Hero Academia) พากย์เป็น Rin Asano



อ.Hiroaki Samura เขียนการ์ตูนเรื่อง ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน Afternoon
ใน ปี 1993-2012 รวมเป็นฉบับรวมเล่มฉบับพิมพ์ครั้งแรกได้ทั้งหมด 30 เล่มจบ การ์ตูนเรื่องนี้ยังได้นำไปเขียนเป็นฉบับนิยายใช้ชื่อเรื่องว่า
Mugen no Juunin Ninjyuibun โดย อ.Junichi Ohsako (18 ก.ค. 2008) ต่อมาสตูดิโอ Bee Train ได้นำไปดัดแปลงเป็นทีวีอนิเม
ความยาว 13 ตอนจบ ในปลายปี 2008 ไม่เพียงเท่านั้นการ์ตูนเรื่องนี้ยังได้นำไปดัดแปลงเป็นละครเวที จัดแสดงที่ Space Zero Hall
กรุงโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 11-17 ก.พ. 2016 ซึ่งได้นักพากย์ Tomokazu Seki มารับบทเป็น Manji Masa เช่นเดียวกับในฉบับทีวีอนิเม

การ์ตูนเรื่อง ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal เคยได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมจาก Japan Media Arts Festival Awards
ครั้งที่ 1 ในปี 1997 โดยรับรางวัลนี้ร่วมกับการ์ตูนอีก 3 เรื่อง คือ  Azumi ผลงานของ อ.Yuu Koyama, Seirei Tsukai Erementara
ผลงานของ อ.Takeshi Okazaki, Monster คนปีศาจ ผลงานของ อ.Naoki Urasawa และได้รางวัลการ์ตูนภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
ที่ตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาจาก Eisner Award ในปี 2000 อีกด้วย



มันยิ มาสะ ซามูไรผู้ฆ่าคนมาแล้ว 100 คน แม้เขาต้องการจะตายเพื่อชดใช้ความผิดที่เขาเคยทำมา
แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาคือบุรุษผู้มีชีวิตอมตะ และยังมี มาจิ น้องสาวแท้ๆ ที่จะต้องดูแล ในอดีต มันยิ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
คุณยายเฒ่า ยาโอบิคุนิ เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ โดยการฝัง "หนอนเซียนเลือด" ในร่างมันยิ ทำให้มันยิได้รับชีวิตอมตะ
หลังจากสูญเสียมาจิ มันยิจึงออกเดินทางเขาตั้งเป้าว่าจะต้องฆ่าคนชั่วให้ได้ 1000 คนเพื่อล้างบาป
ย้อนหลังไปเมื่อ 2 ปีก่อน สำนักมุเทนอิจิริวถูกถล่มจนย่อยยับโดย อาโน คาเงฮิสะ ผู้นำแห่งอิตสึโทริว
ผู้ประกาศกร้าวว่าจะทำลายทุกสำนักในญี่ปุ่นให้เหลือเพียง อิตสึโทริวเท่านั้น
อาซาโนะ ริน สาวน้อยลูกสาวของเจ้าสำนักมุเทนอิจิริวเป็นผู้เดียวที่รอดชีวิต
เธอสาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้กับพ่อแม่ของเธอให้ได้ เธอจึงออกเดินทางเพื่อฝึกฝนเป็นเวลาถึง 2 ปี
จนได้พบกับยาโอยิคุนิ ยาโอบิคุนิแนะนำเธอให้จ้างมันยิเป็นผู้คุ้มกัน
และแล้วการเดินทางระหว่างมันยิและรินเพื่อทำลายล้างอิตสึโทริวก็ได้เริ่มขึ้น...

ภาพปก ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เล่ม 1-30 (จบ)



ภาพปก ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal ฉบับพิมพ์ใหม่ ปี 2016-2017 เล่ม 1-15 (จบ)



Takashi Miike (JOJO ล่าข้ามศตวรรษ Part 4, Terra Formars ภารกิจล้างพันธุ์นรก, เกมเทวดา Kamisama no Iu Toori) นำการ์ตูนเรื่อง
ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal ไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดย Takuya Kimura รับบทเป็น Manji Masa เข้าฉายใน
โรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นวันที่ 29 เม.ย. 2017 เปิดตัวในอันดับ 6 Japan Box Office ทำเงินจากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงสุดสัปดาห์แรก
(29-30 เม.ย. 2017) 189,087,000 เยน และกวาดรายได้จากการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นไปได้ทั้งสิ้น 965 ล้านเยน



นอกจากนี้การ์ตูนเรื่อง ฤทธิ์ดาบไร้ปรานี Blade of the Immortal ยังมีการนำมาเขียนภาคบาคุมัทสึ Mugen no Juunin - Bakumatsu no Shou
เป็นผลงานร่วมของ อ.Ryu Suenobu ซึ่งมารับหน้าที่วาดภาพ และ อ.Kenji Takigawa ซึ่งมารับหน้าที่เขียนเนื้อเรื่อง โดยมี อ.Hiroaki Samura
เจ้าของผลงานการ์ตูนต้นฉบับเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Afternoon ฉบับเดือน ก.ค. 2019 (25 พ.ค. 2019)





ที่มา Natalie

แจ้งข่าวการ์ตูน VBK : 26 สิงหาคม 2562

========================================

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

1. สูตรเด็ด ครัวจอมโหด เล่ม 4 Yu Satsumi & Fukuzawa Tetsuzou 75 บาท



2. คินดะอิจิ 37 กับคดีฆาตกรรมปริศนา เล่ม 4 Fumiya Sato & Seimaru Amagi 75 บาท



3. BLUE LOCK ขังดวลแข้ง เล่ม 2 Yusuke Nomura & Muneyuki Kaneshiro 75 บาท




========================================