วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สามรั่วตัวแสบ จบเดือน ส.ค. 2017

นิตยสารการ์ตูน Bessatsu Shonen Champion ฉบับเดือน ส.ค. 2017 (12 ก.ค. 2017) ได้ลงประกาศว่าการ์ตูนเรื่อง สามรั่วตัวแสบ
(Mitsudomoe) ผลงานของ อ.Norio Sakurai จะลงพิมพ์ตอนจบในฉบับเดือน ก.ย. 2017 ที่มีกำหนดออกวางแผงในญี่ปุ่น 12 ส.ค. 2017
ภายในนิตยสารฉบับนั้นยังมี เต็มพิกัด อัดกระจุย และ ฝ่าวิกฤติแม่มดวิปลาส ซึ่งจะมาลงพิมพ์ตอนจบไปพร้อมกับการ์ตูนเรื่องนี้อีกด้วย

อ.Norio Sakurai เริ่มเขียนการ์ตูนเรื่อง สามรั่วตัวแสบ ลงพิมพ์เป็นตอนแรกในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen Champion ในปี 2006
ต่อจากนั้นได้ย้ายมาลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายเดือน Bessatsu Shonen Champion ในปี 2012 มีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่น
18 เล่ม และสตูดิโอ Bridge ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปดัดแปลงเป็นทีวีอนิเม ความยาว 13 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่น 2 ก.ค. - 2 ก.ย. 2010
(ออกอากาศทางทีวีทั้งหมด 12 ตอน และมีตอนพิเศษมาพร้อมกับ BD/DVD แผ่นที่ 7 ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นไปเมื่อ 23 ก.พ. 2011)
แล้วได้สร้างทีวีอนิเมภาคต่อในชื่อว่า Mitsudomoe Zouryouchuu! ความยาว 8 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่น 9 ม.ค. - 28 ก.พ. 2011

สามสาวพี่น้องบ้านมารุฮิ ชั้นประถมที่ 6 ทั้งน่ารัก และพิลึกมาออกอาละวาดแล้ว
มิซึบะ : (พี่คนโต) ซาดิสม์เกิร์ลที่แก่แดดหน่อย ชอบทำตัวเป็นผู้ปกครองทั้งที่เป็นไม่ได้
ฟุตาบะ : (พี่คนรอง) มัชเซิลเกิร์ลที่ออกแนว H หน่อย ชอบหน้าอกและมีทักษะกีฬาดีเลิศ
ฮิโตฮะ : (น้องคนเล็ก) เด็กสาวเงียบขรึมนิสัยพิลึกหน่อยชอบแอบยิ้ม



ที่มา Bessatsu Shonen Champion 2017 August

โอตาคุปั่นสะท้านโลก ประกาศทำซีซั่น 4

ภายในงานอีเวนท์ Le Tour de Yowapeda 2017 วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. 2017 ได้ประกาศออกมาแล้วว่าหนังสือการ์ตูนเรื่อง
โอตาคุปั่นสะท้านโลก ผลงานของ อ.Wataru Watanabe ได้ทำทีวีอนิเม ซีซั่น 4 ต่อแน่นอน โดยจะมาเริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่น
ในเดือน ม.ค. 2018 แต่ก่อนหน้านั้นภายในเดือน ต.ค. 2017 ก็จะมีภาพยนตร์อนิเม Yowamushi Pedal Re:Generation
ซึ่งนำเอาทีวีอนิเม ซีซั่น 3 New Generation มาตัดต่อใหม่ แล้วเสริมด้วยฉากใหม่ๆ มาให้ดูกันไปก่อนซีซั่นใหม่จะมาถึง



อ.Wataru Watanabe เริ่มเขียนการ์ตูนเรื่อง โอตาคุปั่นสะท้านโลก ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen Champion ในปี 2008
ปัจจุบันมีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 51 เล่ม ยังไม่จบ เคยได้รับรางวัลการ์ตูนผู้ชายยอดเยี่ยม จาก Kodansha Manga Awards
ครั้งที่ 39 ในปี 2015 โดยรับรางวัลนี้ร่วมกับการ์ตูนเรื่อง ศึกตำนาน 7 อัศวิน (Nanatsu no Taizai) ผลงานของ อ.Nakaba Suzuki

สตูดิโอ TMS Entertainment ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปทำเป็นทีวีอนิเม 3 ซีซั่น ซีซั่นแรกในปี 2013-2014 (38 ตอนจบ), ซีซั่นสองใช้ชื่อว่า
Yowamushi Pedal: Grande Road ในปี 2014-2015 (24 ตอนจบ), ซีซั่นสามใช้ชื่อว่า Yowamushi Pedal: New Generation ในปี 2017
(25 ตอนจบ) แล้วประกาศสร้างซีซั่น 4 มีกำหนดออกอากาศที่ญี่ปุ่นในเดือน ม.ค. 2018 และยังได้นำไปทำเป็นภาพยนตร์อนิเมอีก 3 ภาค
คือ Yowamushi Pedal Re:Ride ในปี 2014 (นำเอาซีซั่นแรกมาตัดต่อเพิ่มฉากใหม่), Yowamushi Pedal Re:Road ในปี 2015
(นำเอาซีซั่นสองมาตัดต่อเพิ่มฉากใหม่), Yowamushi Pedal: The Movie ในปี 2015 เป็นเรื่องราวใหม่ที่ได้ อ.Wataru Watanabe
มาแต่งเนื้อเรื่องให้ และ Yowamushi Pedal Re:Generation (นำเอาซีซั่นสามมาตัดต่อเพิ่มฉากใหม่) เข้าฉายที่ญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. 2017

อ.Wataru Watanabe ยังได้เขียนการ์ตูนภาคแยกของ โอตาคุปั่นสะท้านโลก ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า โอตาคุปั่นสะท้านโลก Spare Bike
(Yowamushi Pedal Spare Bike) เริ่มลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน Bessatsu Shonen Champion ฉบับเดือน มิ.ย. 2015
(12 พ.ค. 2015) มีฉบับรวมเล่มวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 3 เล่ม และสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมเข้าฉายที่ญี่ปุ่นในเดือน ก.ย. 2016

การ์ตูนเรื่อง โอตาคุปั่นสะท้านโลก ยังได้มีการนำไปดัดแปลงทำเป็นละครเวที 9 ครั้ง
- ครั้งที่ 1 Yowamushi Pedal (1-6 ก.พ. 2012)
- ครั้งที่ 2 Yowamushi Pedal - Hakone Gakuen hen ~Nemureru Chokusen Oni~ (30 ม.ค. - 6 ก.พ. 2013)
- ครั้งที่ 3 Yowamushi Pedal - Inter-High hen The First Result ( 24 ส.ค. - 8 ก.ย. 2013)
- ครั้งที่ 4 Yowamushi Pedal - Inter-High hen The Second Order (13-30 มี.ค. 2014)
- ครั้งที่ 5 Yowamushi Pedal - Hakone Gakuen hen ~The Beast on the Road~ (23 ต.ค. - 3 พ.ย. 2014)
- ครั้งที่ 6 Yowamushi Pedal - Inter-High hen The Winner (6-29 มี.ค. 2015)
- ครั้งที่ 7 Yowamushi Pedal IRREGULAR ~Futatsu no Choujou~ (8 ต.ค - 8 พ.ย. 2015)
- ครั้งที่ 8 Yowamushi Pedal ~Sohoku Shin Sedai, Shidou~ (4-27 มี.ค. 2016)
- ครั้งที่ 9 Yowamushi Pedal ~Hakone Shin Sedai, Shidou~ (30 ก.ย. - 10 ต.ค. 2016)

การ์ตูนเรื่อง โอตาคุปั่นสะท้านโลก ยังได้นำไปดัดแปลงเป็นละครทีวี ความยาว 7 ตอน เริ่มออกอากาศทางสถานี BS SKY PerfecTV!
ในเดือน ส.ค. 2016 โดยได้ Kouta Fukihara (Tensai Bakubon ~Kazoku no Kizuna~ , Hibi Rock) รับหน้าที่กำกับและเขียนบท
สำหรับนักแสดงในละครทีวีเรื่องนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นการกลับมารับบทเดิมที่เคยแสดงไว้ในฉบับละครเวที และหลังออกอากาศจบลง
ก็มีประกาศตามออกมาจะสร้างละครภาคต่อ ภาคอินเตอร์ไฮ ออกอากาศทางสถานีเดิมในเดือน ส.ค. 2017 กับ พ.ย. 2017



โอโนดะ ซากามิจิ นักเรียนหนุ่มปีหนึ่ง ขี่จักรยานไปย่านอากิบะบ่อยครั้งตั้งแต่เด็ก
ด้วยจักรยานธรรมดาที่ปราศจากการปรับแต่งใดๆ ขึ้นเขาและทางลาดชันไปกลับร่วม 90 กิโลเมตร
ทำให้เขามีทักษะการขี่จักรยานที่ดีแบบไม่รู้ตัว อิมาอิซึมิ จุนสุเกะ ที่ฝึกฝนเพื่อเป็นนักปั่นจักรยานมือโปร
ได้สังเกตเห็นทักษะนั้น และต้องการแข่งกับเขา

ภาพปกหนังสือการ์ตูน โอตาคุปั่นสะท้านโลก ภาคหลัก เล่ม 1-51 และภาค Spare Bike เล่ม 1-3



ที่มา Natalie

ทีวีอนิเม Kujira no Kora wa Sajou ni Utau ปล่อยตัวอย่างสอง, ภาพโปรโมทใหม่ และประกาศรายชื่อนักพากย์

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีวีอนิเม Kujira no Kora wa Sajou ni Utau ได้ประกาศรายชื่อนักพากย์ 7 คน
พร้อมทั้งได้เผยภาพโปรโมทใหม่ และตัวอย่างที่สองของอนิเมเรื่องนี้ ที่มีกำหนดออกอากาศที่ญี่ปุ่นทางสถานี
Tokyo MX, Sun TV, KBS Kyoto, BS11 ในเดือน ต.ค. 2017 แล้วยังสามารถรับชมผ่านทาง Netflix ได้ในปี 2018





รายชื่อทีมงาน

- กำกับโดย Kyohei Ishiguro (Lance N' Masques, Occultic;Nine, Shigatsu wa Kimi no Uso)
- เขียนบทโดย Michiko Yokote (Shirobako, ReLIFE)
- ออกแบบตัวละครฉบับอนิเมโดย Haruko Iizuka (Inu × Boku SS, Little Busters!, Gakkou Gurashi!)
- กำกับศิลป์โดย Toshiharu Mizutani (Puella Magi Madoka Magica, Yuri!!! on ICE, Summer Wars)
- เพลงประกอบโดย Hiroaki Tsutsumi (Kuromukuro, orange, Ao Haru Ride)
- ผลิตอนิเมโดย J.C. Staff (Toaru Majutsu no Index, Toaru Kagaku no Railgun)

รายชื่อนักพากย์

Natsuki Hanae (Ken Kaneki - Tokyo Ghoul) พากย์เป็น Chakuro



Manaka Iwami (Aira Miyamoto - Tsuki ga Kirei) พากย์เป็น Rikosu



Yuichiro Umehara (Eugene Seven Stark - Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans) พากย์เป็น Ouni



Nobunaga Shimazaki (Haruka Nanase - Free!) พากย์เป็น Suou



Mikako Komatsu (Seishirou Tsugumi - Nisekoi) พากย์เป็น Ginshu



Daiki Yamashita (Izuku Midoriya - My Hero Academia) พากย์เป็น Ryodari



Hiroshi Kamiya (Levi - Attack on Titan) พากย์เป็น Shuan



อ.Abi Umeda ผู้วาด เต็มเหนี่ยว Full Set! และ เนตรอสูร จาโนเมะ Genshitan Janome เริ่มเขียนการ์ตูนเรื่อง
Kujira no Kora wa Sajou ni Utau ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน Mystery Bonita ในปี 2013 (เป็นการ์ตูนแนวผู้หญิง
เรื่องที่สี่ต่อจากเรื่อง Bluish, Lien no Tou yori และ Ore Ore) มีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่น 9 เล่ม ยังไม่จบ
เคยติดอันดับการ์ตูนผู้หญิงน่าอ่านในนิตยสาร Kono Manga ga Sugoi! 2015 และ Kono Manga ga Sugoi! 2016
นอกจากนี้ยังได้ทำเป็นละครเวที จัดแสดงที่ AiiA 2.5 Theater โตเกียว ทั้งหมด 8 รอบ เมื่อ 14-19 เม.ย. 2016



Kujira no Kora wa Sajou ni Utau เป็นเรื่องราวที่เกิดในโลกที่เต็มไปด้วยทราย Chakuro เด็กชายคนหนึ่ง
อาศัยอยู่บนเรือโคลนวาฬซึ่งลอยอยู่เหนือพื้นทราย เขาและเพื่อนไม่เคยได้พบเจอใครนอกเหนือจากพื้นที่นี้
จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาได้พบกับเรืออับปางลำหนึ่งอยู่ใกล้ๆ และ Chakuro ก็พบเด็กสาวคนหนึ่งภายในนั้น



ที่มา kujisuna-anime

ภาพยนตร์อนิเม No Game No Life Zero ปล่อยตัวอย่างสามแล้ว

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของอนิเม No Game No Life ได้ปล่อยตัวอย่างที่สามของภาพยนตร์อนิเม No Game No Life Zero
ซึ่งดัดแปลงจากเนื้อหาในไลท์โนเวล เล่ม 6 ที่มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น 15 ก.ค. 2017 โดยตัวอย่างที่สาม
ยังคงก็มีพรีวิวเพลง There is a Reason ขับร้องโดย Konomi Suzuki ซึ่งใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมเรื่องนี้เช่นเดิม




ผลงานเพลงประกอบอนิเมของ Konomi Suzuki
- Absolute Soul (OP Absolute Duo) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Blow out (OP Roku de Nashi Majutsu Koushi to Akashic Records) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Love is MY RAIL (OP Ange Vierge) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Beat Your Heart (OP Bubuki Buranki) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Chaos Syndrome (ED Chaos;Child) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- CHOIR JAIL (OP Tasogare Otome×Amnesia) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- NEVER-END TAIL (OP6 Fairy Tail ซีซั่นสอง) ขับร้องร่วมกับTatsuyuki Kobayashi คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- AVENGE WORLD (OP Freezing Vibration) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Ginsen no Kaze (OP Madan no Ou to Vanadis) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Ryuusei Chinkonka (ED2 Madan no Ou to Vanadis) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- This game (OP No Game No Life) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Yume no Tsuzuki (OP2 Sakurasou no Pet na Kanojo) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง
- Redo (OP Re:Zero Kara Hajimeru Isekai Seikatsu) คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลง



คลิปขณะบันทึกเสียง There is a Reason



There is a Reason เพลงนี้จะนำไปรวมไว้ในอัลบั้ม "No Game No Life" Complete Songs NO SONG NO LIFE
มีทั้งหมด 10 เพลง ที่มีกำหนดออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น 12 ก.ค. 2017 ซึ่งในนั้นก็มี This game ผลงานเพลงของ
Konomi Suzuki อีกเช่นกัน ที่เคยได้นำมาใช้เป็น Opening Theme ให้กับทีวีอนิเม No Game No Life รวมอยู่ด้วย





รายชื่อทีมงาน

- กำกับโดย Atsuko Ishizuka (ทีวีอนิเม No Game No Life)
- คุมเนื้อเรื่องโดย Jukki Hanada
- ออกแบบตัวละครฉบับอนิเมและหัวหน้าทีมกำกับอนิเมชั่นโดย Koji Odate
- เพลงประกอบโดย Super Sweep (Shinji Hosoe, Ayako Saso, Takahiro Eguchi, Fumihisa Tanaka)
- กำกับศิลป์โดย Eiji Iwase
- จัดวางภาพโดย Tsukasa Ohira
- Color Key โดย Harue Ono
- กำกับภาพโดย Kenji Fujita
- 3D Director โดย Shuhei Yabuta
- ตัดต่อโดย Kashiko Kimura
- กำกับเสียงโดย Jin Aketagawa

รายชื่อนักพากย์

Yoshitsugu Matsuoka พากย์เป็น Riku



Ai Kayano พากย์เป็น Shuvi



Yoko Hikasa พากย์เป็น Corone Dora



Yukari Tamura พากย์เป็น Jibril



Yuka Iguchi พากย์เป็น Nonna Zell



Mamiko Noto พากย์เป็น Shinku Nilvalen



อ.Yuu Kamiya ผู้วาดการ์ตูน EArTh, EArTh ∞, Greed Packet ∞, วาดภาพประกอบไลท์โนเวล Dark Rabbit ผู้พิทักษ์เจ็ดชีวิต
(Itsuka Tenma no Kuro Usagi) และร่วมกันเขียนไลท์โนเวล ฟันเฟืองหัวใจ กลไกเวลา Clockwork Planet กับ อ.Tsubaki Himana
ได้เขียนไลท์โนเวลเรื่อง No Game No Life โนเกม โนไลฟ์ พร้อมทั้งวาดภาพประกอบเอง ตีพิมพ์กับทาง MF Bunko J ออกวางแผง
เล่มแรกในญี่ปุ่นเมื่อ 25 เม.ย. 2012 โดยเล่มล่าสุดของไลท์โนเวลชุดนี้ No Game No Life: Practical War Game (23 ธ.ค. 2016)
สตูดิโอ Madhouse ได้นำไลท์โนเวลเรื่องนี้ไปดัดแปลงเป็นทีวีอนิเม ความยาว 12 ตอนจบ ออกอากาศที่ญี่ปุ่น 9 เม.ย.-25 มิ.ย. 2014
และ No Game No Life Zero นำเนื้อหาในไลท์โนเวล เล่ม 6 มาสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเม เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น 15 ก.ค. 2017

โซระ กับ ชิโระ เป็นนีทกับฮิคิโคโมริ แต่ในโลกอินเตอร์เน็ต พวกเขาคือสองพี่น้องนักเล่นเกมผู้เป็นที่เล่าขานในฐานะตำนานประจำเมือง
อยู่มาวันหนึ่ง สองพี่น้องที่เรียกโลกใบนี้ว่าเป็น "เกมห่วยๆ" ก็ได้ถูกเด็กชายซึ่งเรียกตนว่า "พระเจ้า" เชิญไปยังโลกอื่น...
โลกที่พระเจ้าห้ามทำสงคราม และกำหนดให้ "ตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเกม" ... แม้กระทั่งเขตแดนของประเทศ!
แม้จะเป็นคนไม่ได้เรื่องในสังคม แต่โซระ กับ ชิโระ สองพี่น้องก็มาถึงเมืองสุดท้ายของเผ่ามนุษย์ในต่างโลก
พวกเขาจะเป็น "ผู้กอบกู้ของเผ่ามนุษย์" ได้หรือไม่?  ----- "เอาล่ะ มาเริ่มเกมกันเถอะ"



ไลท์โนเวล No Game No Life โนเกม โนไลฟ์ ยังได้มีการนำไปเขียนเป็นฉบับการ์ตูนภาคหลักลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน
Comic Alive ในเดือน ม.ค. 2013 รับหน้าที่วาดภาพโดย อ.Mashiro Hiiragi แต่มีฉบับรวมเล่มออกมาได้เพียงเล่มเดียว กับภาคแยก
No Game No Life Desu! เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับ Izuna Hatsuse เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Comic Alive ฉบับเดือน
ก.ค. 2015 (27 พ.ค. 2015) รับหน้าที่วาดภาพโดย อ.Kazuya Yuizaki มีฉบับรวมเล่มออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 2 เล่ม ยังไม่จบ



ที่มา no game no life

วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Chi's Sweet Home 3DCG Anime ประกาศทำซีซั่น 2

ภายในงาน Japan Expo 2017 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ค. 2017 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศออกมาว่า
ทีวีอนิเม Chi's Sweet Adventure 3DCG หรือ Koneko no Chi Ponponra Daibouken ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง
Chi's Sweet Home ผลงานของ อ.Kanata Konami จะได้ทำต่อทีวีอนิเม ซีซั่นสอง ต่อแน่นอนแล้ว







อ.Kanata Konami เขียนการ์ตูนเรื่อง Chi's Sweet Home ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูน Morning ในปี 2004-2015 รวมเป็นฉบับรวมเล่ม 12 เล่มจบ
สตูดิโอ Madhouse ได้นำการ์ตูนเรื่องนี้ไปทำเป็นทีวีอนิเม Chi's Sweet Home บ้านนี้ต้องมีเหมียว ความยาว 104 ตอนจบ (ตอนละ 3 นาที)
ในปี 2008 แล้วสร้างภาคต่อในชื่อว่า Chi's New Address ความยาว 104 ตอนจบ ในปี 2009 และ Original Video Animation ตอน
Chi Meets Kocchi มาพร้อมกับฉบับรวมเล่ม 7 แบบ Limited Edition (23 เม.ย. 2010) แล้วได้นำมาทำใหม่เป็น 3DCG ในชื่อว่า
Koneko no Chi Ponponra Daibouken เริ่มออกอากาศไปตั้งแต่เดือน ต.ค. 2016 ซึ่งจะมาถึงตอนจบซีซั่นแรกในเดือน ก.ย. 2017

รายชื่อนักพากย์ใน Koneko no Chi Ponponra Daibouken
- Satomi Koorogi พากย์เป็น Chi (กลับมารับบทเดิมที่เคยพากย์ใน Chi's Sweet Home กับ Chi's New Address)
- Ryoko Shiraishi พากย์เป็น Yohei Yamada (เดิมพากย์โดย Etsuko Kozakura)
- Makoto Yasumura พากย์เป็น พ่อของ Yohei (เดิมพากย์โดย Hidenobu Kiuchi)
- Maaya Sakamoto พากย์เป็น แม่ของ Yohei (เดิมพากย์โดย Noriko Hidaka)
- Rikiya Koyama พากย์เป็น แมวดำ Kuroino (เดิมพากย์โดย Kiyoyuki Yanada)
- Motoko Kumai พากย์เป็น คจจิ Kocchi (เดิมพากย์โดย Houko Kuwashima)
- Noriko Hidaka พากย์เป็น แม่ของ Chi



จี้ ตัวละครเอกในเรื่อง เป็นลูกแมวลายสีขาว-เทา ตาโต ที่หลงกับแม่ มาอยู่กับครอบครัว ยามาดะ ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง
ครอบครัวยามาดะ ประกอบไปได้วย พ่อ ที่เป็นนักสร้างสรรค์โฆษณา แม่ ที่เป็นแม่บ้าน และ โยเฮ ลูกชายตัวเล็ก ๆ อายุ 4 ขวบ ของทั้งคู่
ที่เป็นเพื่อนเล่นของจี้ จี้มีนิสัยชอบกินและนอน และเล่นกับโยเฮหรือของใช้ในบ้านต่าง ๆ กลัวฟ้าผ่า, สุนัขหรือแมวตัวใหญ่กว่า



ที่มา Natalie

SICL ประกาศลิขสิทธิ์หนังสือ "One Piece Strong Words" [8 Jul 2017]

Siam Inter Comics Light ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ผลงานดังต่อไปนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ในการจัดพิมพ์และจัดจำหน่าย
แต่ เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หากผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์จัดจำหน่าย หรือให้เช่าหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

=================================================

One Piece Strong Words

เรื่องราวของ “สมบัติที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก” หรือ “วันพีซ” นั้นได้กล่าวถึงมังกี้ D ลูฟี่ ชายผู้ต้องการที่จะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด
เขาได้พบกับพวกพ้องและศัตรูที่แข็งแกร่งมากมาย พร้อมกับมุ่งหน้าเข้าสู่ “แกรนด์ไลน์” เพื่อไขว่คว้า “วันพีซ”

ในขณะที่ภายในเล่มนี้จะเน้นไปที่เรื่องของ “การเดินทาง”, “การต่อสู้”. “การเตรียมใจ”, “ภูมิปัญญา” และ “การลาจาก”
ซึ่งภายในการ์ตูน ONE PIECE นั้น เต็มไปด้วยคำพูดดีๆ เหล่านี้มากมาย ทั้งคำพูดที่คอยเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง
หรือคำพูดที่คอยค้ำจุนผองเพื่อน คำพูดอันแข็งแกร่งเหล่านั้น คือสิ่งที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก

รูปภาพ
รูปภาพ

=================================================
ที่มา fb Siam Inter Comics Light

ทีวีอนิเม การเดินทางของคิโนะ ฉบับใหม่ ประกาศรายชื่อนักพากย์เพิ่มเติมอีก 5 คน

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทีวีอนิเม การเดินทางของคิโนะ the Beautiful World (Kino no Tabi) ฉบับใหม่ หรือ
Kino no Tabi - the Beautiful World- the Animated Series ที่มีกำหนดออกอากาศที่ญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง 2017
ได้ประกาศรายชื่อนักพากย์เพิ่มเติมอีก 5 คนที่มารับบทเป็น Shizu, Riku, Ti, Shishou และ Aibou



รายชื่อนักพากย์เพิ่มเติม

Yuichiro Umehara (Tonbo Murase - Kabukibu!) พากย์เป็น Shizu (เดิมพากย์โดย Takashi Irie)



Kenichirou Matsuda (Vainney Halter - Clockwork Planet) พากย์เป็น Riku (เดิมพากย์โดย Houchu Ohtsuka)



Ayane Sakura (Ochaco Uraraka - My Hero Academia) พากย์เป็น Ti (เดิมพากย์โดย Mamiko Noto)



Lynn (Fuuka Akitsuki - Fuuka) พากย์เป็น Shishou (เดิมพากย์โดย Junko Midori)



Kazuyuki Okitsu (Kazuya Nachi - Fuuka) พากย์เป็น Aibou (เดิมพากย์โดย Susumu Chiba)



รายชื่อนักพากย์ที่เคยประกาศไปแล้ว

Aoi Yuuki (Yoshiko Hanabatake - Aho-Girl) พากย์เป็น Kino (เดิมพากย์โดย Ai Maeda)



Soma Saito (Tadashi Yamaguchi - Haikyuu!!) พากย์เป็น Hermes (เดิมพากย์โดย Ryuji Aigase)



รายชื่อทีมงานหลักและเว็บไซต์

- กำกับโดย Tomohisa Taguchi (Sousei no Onmyouji)
- ดูแลเนื้อเรื่องโดย Yukie Sugawara (Overlord)
- ออกแบบตัวละครฉบับอนิเมโดย Ryoko Amisaki (Danganronpa 3: The End of Kibougamine Gakuen - Mirai Hen)
- ผลิตอนิเมโดย EGG FIRM
- สตูดิโอ Lerche
- เว็บไซต์ http://www.kinonotabi-anime.com/
- ทวิตเตอร์ https://twitter.com/kinonotabianime

อ.Keiichi Sigsawa เขียนไลท์โนเวลเรื่อง การเดินทางของคิโนะ ลงพิมพ์ในนิตยสาร Dengeki HP ในปี 2000 (ปิดตัวในเดือน ต.ค. 2007)
แล้วได้ย้ายมาลงพิมพ์ต่อใน Dengeki Bunko Magazine โดยได้ร่วมงานกับ อ.Kouhaku Kuroboshi ที่มารับหน้าที่วาดภาพประกอบให้
ไลท์โนเวลชุดนี้ออกวางแผงในญี่ปุ่นแล้ว 20 เล่ม (ออกวางแผงในญี่ปุ่นไปเมื่อ 20 ต.ค. 2016) ยังไม่จบ ยังเคยได้นำไปดัดแปลงเป็น
Drama CD ซึ่งเปิดให้สั่งซื้อผ่านใบสั่งซื้อที่มาพร้อมกับนิตยสาร Dengeki HP ที่ได้นักพากย์ Aya Hisakawa มารับบทเป็น Kino และ
Junko Noda มารับบทเป็น Hermes แล้วยังมีการเขียนเป็นไลท์โนเวลภาคแยกในชื่อว่า Gakuen Kino ตีพิมพ์กับ Dengeki Bunko
เช่นเดียวกับภาคหลัก ออกวางแผงในญี่ปุ่น 5 เล่ม ส่วนภาพประกอบก็ยังเป็นผู้วาดภาพประกอบคนเดิมจากไลท์โนเวลภาคหลัก

การเดินทางของคิโนะ: "งั้น ทำไมคิโนะถึงยังเดินทางเรื่อยไปล่ะ"
"บางครั้งฉันก็นึกสงสัยว่าตัวเองเป็นแค่เจ้าเปี๊ยกโง่เง่าที่แสนจะไม่ได้เรื่อง
เป็นแค่มนุษย์แสนโสโครกหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
แต่บางครั้งจะรู้สึกแบบนั้น อดคิดแบบนั้นไม่ได้... และทุกครั้งที่คิดเช่นนั้น
ฉันจะรู้สึกว่า สิ่งอื่นอย่างเช่นโลก หรือการใช้ชีวิตของคนอื่นล้วนงดงามและเป็นสิ่งวิเศษ
ฉันรักมันมาก... และอยากรู้จักสิ่งเหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ฉันจึงเดินทางเรื่อยไปยังไงล่ะ"

— เรื่องราวการเดินทางของมนุษย์นาม คิโนะ กับรถสองล้อพูดได้นามเฮอร์เมส ซึ่งร้อยเรียงในรูปแบบเรื่องสั้นต่อเนื่อง

Gakuen Kino: สาวน้อยในชุดนักเรียนกะลาสี นามคิโนะ ปกติแล้วเธอเป็นนักเรียนธรรมดาคนหนึ่งที่มีสายคล้องมือถือพูดได้นาม เฮอร์เมส
เป็น เพื่อนคู่ใจ แต่ยามที่มี "ปีศาจ" ปรากฏกายขึ้น เธอจะแปลงร่างเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรม "สาวน้อยปริศนาผู้งดงาม กันไฟเตอร์ไรเดอร์ Kino"



สตูดิโอ A.C.G.T ได้นำไลท์โนเวลเรื่อง การเดินทางของคิโนะ ไปดัดแปลง เป็นทีวีอนิเม ความยาว 13 ตอนจบ ในปี 2003,
OVA ตอน Tou no Kuni นับเป็นตอน 0 ของทีวีอนิเมในปี 2005, ภาพยนตร์อนิเม Kino no Tabi: Nanika wo Suru Tame ni –life goes on.–
(บทนำ-บทส่งท้าย เล่ม 7) ในปี 2005 และภาพยนตร์อนิเม Kino no Tabi: Byouki no Kuni -For You- ในปี 2007 (บทที่ 10 เล่ม 5)
แต่เปลี่ยนสตูดิโอที่ผลิตเป็น SHAFT สำหรับบทนำได้นักแสดง Ai Maeda มารับบทเป็น Kino และนักพากย์ Ryuji Aigase มารับบทเป็น Hermes

ทีวีอนิเม, OVA, ภาพยนตร์อนิเม ภาคสอง For You รับหน้าที่กำกับโดย Ryuutarou Nakamura (เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน
Pancreatic Cancer ไปเมื่อ 29 มิ.ย. 2013) แต่ภาพยนตร์อนิเม ภาคแรก life goes on รับหน้าที่กำกับโดย Takashi Watanabe

เพลงประกอบอนิเม การเดินทางของคิโนะ
- All The Way ขับร้องโดย Mikuni Shimokawa (Opening Theme ทีวีอนิเม)
- the Beautiful World ขับร้องโดย Ai Maeda (Ending Theme ทีวีอนิเม)
- Hajimari no Hi ขับร้องโดย Ai Maeda (Ending Theme ภาพยนตร์อนิเม ภาค life goes on)
- Bird ขับร้องโดย Mikuni Shimokawa (Ending Theme ภาพยนตร์อนิเม ภาค For You)

อ.Iruka Shiomiya ผู้วาด นักฆ่าตระกูลโหด (Zerozaki Soushiki no Ningen Shiken) ได้นำไลท์โนเวลเรื่อง การเดินทางของคิโนะ
ไปเขียนเป็นฉบับการ์ตูน เริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารการ์ตูน Shonen Magazine Edge ฉบับเดือน เม.ย. 2017 (17 มี.ค. 2017)
นับว่าเป็นครั้งแรกที่ไลท์โนเวลเรื่องนี้ได้นำมาเขียนเป็นฉบับการ์ตูน และฉบับรวมเล่ม 1 มีกำหนดออกวางแผงในญี่ปุ่น 14 ก.ค. 2017



ที่มา kinonotabi-anime , shio_mid

ภาพยนตร์ JOJO ล่าข้ามศตวรรษ Part 4 ปล่อยตัวอย่างสาม โชว์แสดนด์ Crazy Diamond

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ JoJo's Bizarre Adventure: Diamond Is Unbreakable Chapter I ดัดแปลงจากภาคที่ 4
ของหนังสือการ์ตูนเรื่อง JOJO ล่าข้ามศควรรษ ผลงานของ อ.Hirohiko Araki ผลงานกำกับโดย Takashi Miike ได้ปล่อยตัวอย่างที่สาม
ซึ่งเน้นไปที่ตัว Josuke Higashikata (แสดงโดย Kento Yamazaki) ซึ่งได้มีการโชว์แสดนด์ Crazy Diamond ให้เห็นกันอย่างชัดเจน
อีกทั้งภายในตัวอย่างนี้ยังเผยให้เห็นแสตนด์อีกหลายตัว Aqua Necklace ของ Angelo (แสดงโดย Takayuki Yamada), The Hand
ของ Okuyasu Nijimura (แสดงโดย Mackenyu) และ Bad Company ของ Keicho Nijimura (แสดงโดย Masaki Okada)




ภาพยนตร์ JoJo's Bizarre Adventure: Diamond Is Unbreakable Chapter I ได้รับเชิญให้ไปฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ NIFFF 2017
จัดที่ Switzerland ในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.ค. 2017 ซึ่งยืนยันแน่นอนแล้วว่าจะมีนักแสดงหนุ่ม Kento Yamazaki และผู้กำกับ Takashi Miike
ไปร่วมปรากฎตัวภายในงานนี้ด้วย แล้วยังได้รับเชิญไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Fantasia International Film Festival จัดที่เมือง Montreal
ประเทศ Canada ตั้งแต่ 13 ก.ค. - 2 ส.ค. 2017 ก่อนเข้าฉายจริงในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น 4 ส.ค. 2017

รายชื่อนักแสดง

Josuke Higashikata แสดงโดย Kento Yamazaki
(Hotaro Oreki - ปริศนาความทรงจำ Hyouka, Yuki Hase - เธอกับฉันเพื่อนกันหนึ่งสัปดาห์ Isshukan Friends)



Koichi Hirose แสดงโดย Ryunosuke Kamiki
(Rei Kiriyama - ตราบวันฟ้าใส Sangatsu no Lion, Taki Tachibana - หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ Kimi no Na wa.)



Yukako Yamagishi แสดงโดย Nana Komatsu
(Emi Fukuju - พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน Boku wa Ashita, Kinou no Kimi to Date Suru)



Keicho Nijimura แสดงโดย Masaki Okada (Ikko Aoki - The Top Secret ผ่าแผนลวงล่าปริศนา)



Okuyasu Nijimura แสดงโดย Mackenyu (Arata Wataya - จิฮายะ Chihayafuru)



Anjuro Katagiri หรือ Angelo แสดงโดย Takayuki Yamada (Ichiro Hiruma - Terra Formars ภารกิจล้างพันธุ์นรก)



Jotaro Kujo แสดงโดย Yusuke Iseya (Aoshi Shinomori - ซามูไรพเนจร Rurouni Kenshin)



Jun Kunimura (Kubal - ผ่าพิภพไททัน Attack on Titan) รับบทเป็น Ryohei Higashikata
Arisa Mizuki (Sakurako Kujou - มีศพอยู่ใต้ฝ่าเท้าคุณซากุระโกะ) รับบทเป็น Tomoko Higashikata



อ.Hirohiko Araki เริ่มเขียน JOJO ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 4 ลงพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen Jump ในปี 1992-1995
โดยฉบับรวมเล่มฉบับพิมพ์ครั้งแรกของภาค 4 จะเริ่มต้นที่เล่ม 29 ไปจนถึงเล่มที่ 47 และสตูดิโอ David Production ที่เคยนำสามภาคแรก
ของการ์ตูนชุดนี้ไปทำเป็นทีวีอนิเมมาแล้วในปี 2012-2015 (ภาค 1-2 ทั้งหมด 26 ตอนจบ และภาค 3 แบ่งเป็นสองซีซั่น ทั้งหมด 48 ตอนจบ)
ได้นำภาค 4 ของการ์ตูนชุดนี้ไปทำเป็นทีวีอนิเมอีกเช่นเดิม ความยาว 39 ตอนจบ อากาศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึง 23 ธ.ค. 2016
แล้วยังมี OVA ตอน Kishibe Rohan wa Ugokanai สำหรับผู้ที่ซื้อ BD/DVD อนิเม JOJO ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 4 ยกเซ็ต 13 แผ่น

ปี 1999 ที่ญี่ปุ่น โจทาโร่เดินทางมายังเมืองโมริโอเพื่อจุดประสงค์สองประการ ประการแรกตามหา ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ
บุตรนอกสมรสของโจเซฟที่แอบมีก่อนที่จะออกเดินทางไปอียิปต์ไม่กี่ปีและมาแจ้งว่าได้รับสิทธิ์ได้มรดกของตระกูลโจสตาร์ 1/3
ประการ ที่สองคือเดินทางมาสืบข่าวเรื่อง "ธนูกับคันศร" อุปกรณ์ดึงพลังสแตนด์ที่แม่เฒ่าเอ็นย่าใช้หาผู้ที่มีพลังสแตนด์เพื่อไปเป็น สมุนของดีโอ
โดยที่โจทาโร่ได้ข้อมูลมาจากมูลนิธิ SPW ว่า "ธนูกับคันศร" นี้อยู่ที่เมืองโมริโอ โจสุเกะพบว่าธนูและคันศรถูกเก็บไว้กับสองพี่น้องตระกูลนิจิมูระ
ซึ่งพยายามใช้มันยิงใส่ผู้คนในเมืองเพื่อเหตุผลหาผู้ใช้สแตนด์ที่สามารถช่วยพ่อของตนจากการถูกคำสาปของดีโอ
จนทำให้มีผู้ใช้สแตนด์เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและร้าย บางคนได้เข้าร่วมเป็นพรรคพวกกับโจสุเกะ
ส่วนผู้ใช้สแตนด์ที่ชั่วร้ายพวกโจสุเกะก็ร่วมมือกันต่อสู้เพื่อรักษาความสงบสุขของเมืองที่พวกตนอยู่



ที่มา JOJO Movie